กำลังอ่าน :
ทนายความ ช่วยเหลือ ‘ลุงถูกหวย 30 ล้าน’ กลายเป็นผู้ต้องหาขโมยลอตเตอรี่
เขียนโดย : WorkpointNews
ข่าวสังคม

ทนายความ ช่วยเหลือ ‘ลุงถูกหวย 30 ล้าน’ กลายเป็นผู้ต้องหาขโมยลอตเตอรี่

View 8 นาที 5 ธันวาคม 2017
เขียนโดย
WorkpointNews
SHARE
COMMENT

ประเด็นคือ – ทนายช่วยข้าราชการตำรวจเกษียณ หาความจริง หลังถูกลอตเตอรี่ 30 ล้าน แต่ถูกตำรวจแจ้งความ เป็นคนขโมยลอตเตอรี่ของครูท่านหนึ่งไป ล่าสุดพบข้อมูล มี ตร.ระดับสูง รับงานมา หากทำสำเร็จมีค่าดำเนินการ 15 ล้านบาท

จากกรณี นายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูพิเศษชำนาญการ  ร.ร.เทพมงคลรังษี  อ.เมืองกาญจนบุรี  ถูกรางวัลลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 หมายเลข 533726 งวดประจำวันที่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 แต่กลับทำหายและถูกผู้แอบอ้างมาเบิกไปแล้ว

ต่อมานายปรีชาพร้อมด้วย นางรัตนาพร สุภาทิพย์ อายุ 58 ปี แม่ค้าขายลอตเตอรี่ และ นางสาวพัชริดา พรมตา อายุ 53 ปี ยี่ปั๊วะลอตเตอรี่ เดินทางพบผู้สื่อข่าวบริเวณสวนรุกชาติเทศบาลตำบลท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

โดย นายปรีชาเปิดเผยว่า “งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ตนได้สั่งให้นางรัตนาภร แม่ค้าขายลอตเตอรี่ที่สนิทกัน ช่วยเก็บเลขท้าย  26  ซึ่งเป็นเลขมงคลเอาไว้ให้ตน เมื่อไปรับสลากลอตเตอรี่ก็นำเก็บใส่กระเป๋าเสื้อและนำเก็บต่อยังกระเป๋าในรถยนต์ หลังจากนั้นพบว่าตนถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ได้เงินรางวัลรวม 30 ล้านบาท จึงรีบกลับไปตรวจสอบในกระเป๋าแต่ไม่พบ

จากนั้น (2 พ.ย.) จึงได้เดินทางไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี และวันที่ 3  พ.ย. 60 ได้เดินทางไปสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่ออายัดการเบิกจ่าย แต่ได้รับแจ้งว่ามีข้าราชการตำรวจนอกราชการเบิกออกไปแล้วจำนวน  4 ล้านบาท ตนอยากจะฝากเป็นอุทาหรณ์กับผู้ที่ชอบเสี่ยงโชค หลังซื้อขอให้ตรวจสอบเลขที่ซื้อ พร้อมทั้งถ่ายภาพเลขลอตเตอรี่ที่ซื้อเอาไว้ เพื่อเป็นหลักฐาน

ด้าน นางรัตนาพร แม่ค้าลอตเตอรี่ กล่าวว่า “จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายปรีชา ตนได้ถ่ายภาพเก็บเอาไว้เป็นหลักฐานและสามารถยืนยันได้ว่าได้ซื้อจากตนจริงๆ”

อีกมุมหนึ่ง เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 60 ทาง ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้ช่วยเหลือข้าราชการตำรวจเกษียณคนหนึ่ง ที่ถูกหวย 30 ล้านบาท ได้เอาเงินฝากเข้าบัญชี แล้วแบ่งส่วนหนึ่งใช้หนี้บ้าน หนี้รถ เงินที่เหลือตั้งใจเก็บไว้ให้ลูกและใช้ในบั้นปลายชีวิต

แต่แล้ววันที่ 28 พ.ย. 60 ได้มีตำรวจเชิญไปพบแล้วแจ้งว่า คุณลุงเป็นผู้ต้องสงสัยว่าขโมยลอตเตอรี่ของคุณครูท่านหนึ่งไป เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการอายัดเงิน 20 กว่าล้านบาทของคุณลุงไป คุณลุงพยายามบอกแล้วว่าตนซื้อมาเองด้วยเงินสุจริต แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อ อ้างว่ามีหลักฐานว่าคุณครูไปซื้อ เพราะมีแม่ค้าล็อตเตอรี่มายืนยันว่าขายให้ครูจริง

คุณลุงทุกข์ใจมากที่จู่ๆ ก็จะต้องเป็นผู้ต้องหา ต้องติดคุกเพราะมีคนมาอ้างว่าตนขโมยลอตเตอรี่ไป มีเจ้าหน้าที่ธนาคารระดับสูงท่านหนึ่งเห็นถึงความไม่ชอบมาพากลว่าน่าจะเป็นขบวนการสมอ้างมาเป็นคนถูกลอเตอรี่

ทนายษิทราเล่าว่า “วันที่ลุงมาหา ผมก็พยายามค้นหาความจริง โดยขู่คุณลุงว่าหากโกหก ผมจะไม่ช่วย และเรื่องอาจจะเลวร้ายกว่าเดิม คุณลุงอาจต้องติดคุก แต่คุณลุงก็ยืนยันว่าสิ่งที่ตนพูดเป็นความจริง ผมจึงต้องไปหาหลักฐานถึงกาญจนบุรี และฟังความอีกครั้งหนึ่งเพื่อพิจารณาว่าเรื่องที่คุณลุงเล่ามาเป็นความจริงหรือไม่?

วันที่ 3-4 ธันวาคม 60 ผมจึงต้องลงพื้นที่ เพื่อสอบถาม บุคคลข้างเคียงซึ่งรู้จักกับทั้งสองฝ่าย ว่าลักษณะนิสัยของทั้งคู่เป็นอย่างไร และมีโอกาสได้ไปคุยกับคุณครูซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ซื้อลอตเตอรี่ตัวจริง คุณครูกล่าวว่า “ตนเป็นผู้ซื้อรางวัล โดยมีหลักฐานแน่นหนา เพราะว่าเคยคุยไลน์กับทางคนขายลอตเตอรี่ว่าจะซื้อเลข 26 และคนขายลอตเตอรี่ก็ยืนยันว่าตนได้ซื้อเลขที่ถูกรางวัลที่ 1 จริง โดยสามารถจำเลขที่ขายให้คุณครูได้ทุกตัวทุกฉบับ แต่ถ้าคุณลุงจะเจรจา ตนยินดีที่จะแบ่งเงินให้คุณลุงจำนวน 15 ล้าน เพราะถือว่าเคยทำบุญร่วมกันมา ประกอบกับตนเป็นผู้โอบอ้อมอารีและชอบแบ่งปัน จึงอยากจะให้จบเรื่องราว”

เมื่อผมถามว่ายินดีจะออกสื่อเพื่อให้สังคมตัดสินไหม คุณครูบอกว่า “ไม่สะดวกเพราะตอนนี้เรื่องอยู่ในชั้นตำรวจแล้ว”  เมื่อผมขอดูไลน์ว่าในวันที่ 31 ตุลาคม ได้มีการคุยกับแม่ค้าขายลอตเตอรี่ว่าจะเอาเลขนี้จริงหรือไม่ คุณครูก็เอาโทรศัพท์มาให้ผมดู แต่เมื่อย้อนกลับไปในวันนั้น กลับไม่มีข้อความดังกล่าว ผมจึงถามคุณครูว่าข้อความดังกล่าวหายไปไหน คุณครูอ้างกับผมว่า “ตำรวจไม่ต้องการให้เผยแพร่ จึงเก็บข้อความนั้นไว้ เป็นหลักฐานหมดแล้ว”

ผมจึงถามต่อไปว่า แล้วทำไมต้องลบออก คุณครูตอบกับผมเพียงว่า “ตำรวจบอกว่าไม่อยากให้คนเห็นข้อความนี้เยอะ จึงกลัวคุณครูจะเอาไปให้ใครดูจึงลบออกเฉพาะวันที่ 31 ตุลาคม จากการคุยกับทั้งสองฝ่าย ทำให้ผมเห็นข้อพิรุธหลายๆ อย่างในคดีนี้ แล้วจึงตัดสินใจเป็นทนายให้กับคุณลุงและครอบครัว วันที่ผมลงพื้นที่ หาข้อมูล ผมได้คุยกับเจ้าหน้าที่การเงินระดับสูงคนหนึ่ง ซึ่งเขาได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับผม  เราทั้งสองฝ่ายได้ข้อมูลมาเหมือนกันว่าขบวนการนี้ มีนายตำรวจระดับสูง รับงานมา หากว่าสำเร็จ จะมีค่าดำเนินการ 15 ล้านบาท ซึ่งผมจะเปิดโปงขบวนการนี้ ให้สังคมได้รับรู้ในเวลาต่อไปครับ”

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...