กำลังอ่าน :
เปิดแสดงโครงกระดูกมนุษย์ยุคใหม่ที่สมบูรณ์ที่สุด อายุ 3.67 ล้านปี
เขียนโดย : WorkpointNews
LATEST
OUR PICKS
HOT
ข่าวต่างประเทศ

เปิดแสดงโครงกระดูกมนุษย์ยุคใหม่ที่สมบูรณ์ที่สุด อายุ 3.67 ล้านปี

View 4 นาที 7 ธันวาคม 2017
เขียนโดย
WorkpointNews
SHARE
COMMENT

เปิดแสดงซากโครงกระดูกมนุษย์ อายุกว่า 3.67 ล้านปี พบมีกระดูกสันหลังตรง (เดิน 2 ขา) อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งอาจสะเทือนวงการวิทยาศาสตร์ ที่เคยค้นพบว่ามนุษย์เดิน 4 ขาคล้ายลิง ก่อนมีวิวัฒนาการ

โครงกระดูกมนุษย์ออสตราโลพิเทคัส (australopithecus) ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ยุคใหม่ที่มีอายุ 1.5 ล้านปีขึ้นไปและมีสภาพสมบูรณ์ที่สุด อายุกว่า 3.67 ล้านปี ถูกนำมาจัดแสดงขึ้นเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยวิทส์ ในโจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ เมื่อวันพุธที่ 6 ธันวาคม 2560 หลังจากใช้เวลาขุดสำรวจกว่า 20 ปี

โครงกระดูกนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ลิตเติ้ล ฟุต (Little Foot)” หรือแปลว่าเท้าเล็ก เพราะว่าในการค้นพบมีการค้นพบกระดูกเท้าขนาดเล็ก 4 ชิ้นเป็นสิ่งแรก โดยรอน คลาร์ค นักวิชาการของมหาวิทยาลัยวิทส์ ผู้ค้นพบโครงกระดูกนี้กล่าวว่า นี่เป็นการค้นพบสร้างดึกดำบรรพ์ที่โด่นเด่นที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การวิจัยเกี่ยวกับต้นกำเนิดของมนุษย์

ออสตราโลพิเทคัส หรือภาษาลาตินคือ ลิงทางใต้ เป็นสปีชี้ที่จัดว่าใกล้ชิดกับมนุษย์และเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์สมัยใหม่ด้วยลักษณะครึ่งคนครึ่งลิง

การค้นพบครั้งนี้เผยให้เห็นว่า ออสตราโลพิเทคัศ หรือบรรพบุรุษของมนุษย์ยุคใหม่ มีโครงกระดูกใกล้เคียงกับมนุษย์มากกว่าที่คิดไว้ และเดินด้วยกระดูกสันหลังที่ตรง ไม่ใช่เดินด้วยเท้าและหัวเข่าเหมืิอนที่เคยเชื่อกันมา

“สิ่งที่ลิตเติ้ลฟุตแสดงให้เห็น ภาพที่คุณเห็นในหนังสือว่าบรรพบุรุษของมนุษย์ที่มีจากการเดินสีน้ำแล้วค่อยๆ มีการวิวัฒนาการมาเป็นการเดินของมนุษย์ด้วยกระดูกสันหลังที่ตรง (เดินสองเท้า) เป็นเรื่องเหลวไหลทั้งหมด” คลาร์คกล่าว

เขาพบซากฟอสซิลนี้ ภายในถ้ำเสติร์คฟอนเทนห่างจากโจฮันเนสเบิร์กไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 50 กิโลเมตรเมื่อปี 2537 และ 2540 จากนั้นได้ส่งทีมไปสำรวจมีความซับซ้อนยากลำบากที่ถ้ำดังกล่าว เพื่อหาส่วนที่เหลือของโครงกระดูก ซึ่งเป็นบริเวณที่เป็นแหล่งกำเนิดของสิ่งมีชีวิตมากมาย ทำให้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการขุดสำรวจเป็นอย่างมาก

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าโครงกระดูกนี้เป็นของหญิงสาวอายุยังน้อย ที่เสียชีวิตจากการพัดตกจากที่สูงกว่า 20 เมตร โดยจะมีการตีพิมพ์บทความทางวิชาการเกี่ยวกับเรื่องนี้กว่า 25 บทความในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

 

ที่มา AFP

กำลังโหลดบทความถัดไป...