1 / 4

แสดงเพิ่มเติม
arrow
ธปท. ประเมินผลกระทบ COVID-19 ระลอกใหม่ แรงงาน 4.7 ล้านคน เสี่ยงรายได้ลด-ตกงาน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อกระจายเป็นวงกว้างและเร็วกว่าระลอกแรก แต่คาดว่าผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะไม่รุนแรงเท่า เนื่องจากภาครัฐใช้มาตรการควบคุมไวรัสเข้มข้นน้อยกว่า และภาคการส่งออกสินค้าของไทยยังขยายตัวได้ตามเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและผลของมาตรการควบคุม COVID-19 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ เอาไว้ 3 กรณี ตามความเข้มข้นและผลของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด กรณีที่ 1 ใช้มาตรการเข้มงวด ควบคุมการระบาดอย่างรวดเร็ว (เหมือนระลอกแรก) คาดว่าเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบ 2 - 2.5% ของ GDP กรณีที่ 2 ใช้มาตรการปานกลาง ควบคุมการระบาดได้ผล (คล้ายกับปัจจุบัน) คาดว่าเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบ 1 - 1.5% ของ GDP หรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด กรณีที่ 3 ใช้มาตรการปานกลาง ควบคุมการระบาดไม่ได้ผล จนต้องใช้มาตรการเข้มงวด คาดว่าเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบ 3 - 4% ของ GDP ซึ่งหากสถานการณ์เป็นแบบที่ 3 นี้ เศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบมากที่สุด   ในแต่ละสาขาธุรกิจ กลุ่มแรงงาน และพื้นที่ จะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมาก-น้อย แตกต่างกันมาก พื้นที่สีแดง หรือ พื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ระลอกใหม่ รุนแรงที่สุด โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจใน 28 จังหวัดนี้ คิดเป็น 3 ใน 4 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการแต่ละประเภทในพื้นที่ต่างๆ พบว่า ธุรกิจบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ขนส่งผู้โดยสาร ยังไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบคราวก่อน และยังถูกซ้ำเติมจาก COVID-19 ระลอกใหม่ เช่นเดียวกันกับธุรกิจค้าปลีก ที่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่กลับมาเท่าเดิมก่อน COVID-19 แพร่ระบาด จึงน่ากังวลว่าหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นภายใน 1 - 2 เดือน ธุรกิจบริการและค้าปลีกอาจประสบปัญหาสภาพคล่องเพิ่มขึ้น และถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน ขณะที่ภาคการผลิตและอสังหาริมทรัพย์ ยังไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ระลอกใหม่ แม้อาจมีโรงงานบางแห่งต้องหยุดผลิตชั่วคราวเนื่องจากพบผู้ติดเชื้อ แต่โดยรวมแล้วยอดคำสั่งซื้อและกระบวนการผลิตยังดำเนินไปตามปกติ สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้บริโภคอาจเยี่ยมชมโครงการลำบากขึ้น และการขอสินเชื่อจากธนาคารอาจเป็นไปด้วยความเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ธุรกิจทั้ง 2 ประเภทนี้ (การผลิตและอสังหาริมทรัพย์) มีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพาแรงงานข้ามชาติ   แรงงานประมาณ 4.7 ล้านคน เสี่ยงได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้รายได้ลดลง และจำนวนหนึ่งอาจตกงานเพิ่ม แรงงานในพื้นที่ควบคุมสูงสุด (พื้นที่สีแดง) และทำงานอยู่ในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรงด้วย เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ค้าปลีก และบริการอื่นๆ มีความเสี่ยงที่จะตกอยู่ในภาวะ 'เสมือนว่างงาน' หรือมีชั่วโมงทำงานน้อยกว่า 24 ชั่วโมง/สัปดาห์ เนื่องจากถูกลดวันทำงาน มีงานจ้างน้อยลง ส่งผลให้รายได้ลดลง และอาจมีแรงงานประมาณ 3.5 แสนคน ที่รายได้ลดลงอย่างรุนแรง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า ลูกจ้างรายวัน (นอกภาคเกษตร) มีอยู่ทั้งสิ้น 5.1 ล้านคน เป็นแรงงานที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด ทั้งสิ้น 2.8 ล้านคน ในจำนวนนี้อาจมีแรงงานประมาณ 5 แสนคน ตกอยู่ในภาวะเสมือนว่างงาน และอีกประมาณ 5 แสนคน มีรายได้ลดลงอย่างรุนแรง ขณะที่ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (นอกภาคเกษตร) มีอยู่ทั้งสิ้น 8.2 ล้านคน เป็นแรงงานที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด ทั้งสิ้น 4.2 ล้านคน ในจำนวนนี้อาจมีแรงงานประมาณ 6 แสนคน ตกอยู่ในภาวะเสมือนว่างงาน และอีกกว่า 3 ล้านคน มีรายได้ลดลงอย่างรุนแรง ส่วนลูกจ้างในสาขาโรงแรม มีความเสี่ยงจะตกงานเพิ่มประมาณ 1 แสนคน รวมแรงงานที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ระลอกใหม่ มีอยู่ทั้งสิ้นประมาณ 4.7 ล้านคน โดยในระยะต่อไป เศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนสูง ขึ้นอยู่กับการแพร่ระบาด ว่าประเทศไทยสามารถควบคุมได้ผลแค่ไหน จะยังมีการระบาดระลอกใหม่ๆ อีกหรือไม่ การกระจายวัคซีน และมาตรการต่างๆ ที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่รัฐต้องมุ่งเน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างทั่วถึง
15 ม.ค. 2564
แสดงเพิ่มเติม
arrow
แสดงเพิ่มเติม
arrow
แสดงเพิ่มเติม
arrow
แสดงเพิ่มเติม
arrow
แสดงเพิ่มเติม
arrow

เช็คสถานการณ์ ข่าว องค์ความรู้ COVID-19

เช็คผลเรียลไทม์ ผลเลือกตั้ง ส.ส.ทัั่วประเทศ 500 ที่นั่ง

ฟรีคิกธวัชชัย วินาทีสะกดคนไทยทั้งประเทศ เอเชียนเกมส์ 2541

ไทม์ไลน์นิตยสารไทย