กำลังอ่าน :
เสก โลโซ ฉี่ม่วง..ควบคุมได้ รึแค่ใจสั่งมา
เขียนโดย : ชมพูนุช ตัณฑเศรษฐี
เรื่องน่าสนใจ

เสก โลโซ ฉี่ม่วง..ควบคุมได้ รึแค่ใจสั่งมา

View 7 นาที 3 มกราคม 2018
เขียนโดย
ชมพูนุช ตัณฑเศรษฐี
SHARE
COMMENT

ในช่วงที่ประชาชนทั่วไปเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อท่องเที่ยวในคืนส่งท้ายปี หลายสถานที่มีการจัดงานคอนเสิร์ต แต่หนึ่งในเวทีเหล่านั้นกลับต้องขาดศิลปิน อย่าง “เสก โลโซ” หรือ “เสกสรรค์ สุขพิมาย” ไปโดยปริยาย เพราะช่วงก่อนคืนส่งท้ายปี “เสก” กลายเป็นข่าวครึกโครมอีกครั้ง (หลังจากที่มีข่าวหลายครั้งในรอบปี )

ตอนแรกมีกระแสข่าวว่า เขาขังตัวเองในห้อง พร้อมมีปืน และขู่จะยิงตำรวจ พอตรวจสอบภายหลังทราบว่า เสกได้ยิงปืนขึ้นฟ้าจนมีการออกหมายค้น และหมายจับ อีกทั้งเจ้าตัวมีลักษณะอาการคล้ายคนเมา จนมีความคืบหน้าด้านคดีเรื่อยมาตามลำดับ แต่ที่พีคที่สุด คือ ผลการตรวจปัสสาวะมีสีม่วง พบว่ามีสารเสพติด ยาบ้า และยาอี จึงต้องมาย้อนดูประวัติของ “เสก” ที่ไม่ควรปล่อยผ่านกันอีกครั้ง

เมื่อปี 2554 มีภาพของเสก ในลักษณะคล้ายกำลังเสพยาเสพติดชนิดหนึ่งปรากฎผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนกลายเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ครั้งนั้น เสกเลือกที่จะโต้ตอบ ด้วยการโพสต์ข้อความ และรูปภาพในเฟซบุ๊กส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังคงรับงานตามปกติ

จนในที่สุดได้ออกมาแถลงข่าวเรื่องนี้ในคืนวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และยอมรับว่าเสพยาเสพติดจริง โดยที่เห็นในภาพนั้น สถานที่เกิดเหตุคือเมืองปราก สาธารณรัฐเชก

นอกจากนี้ ยังได้ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าว และกล่าวอ้างถึง จอนห์น เลนนอน และศิลปินต่างประเทศที่มีชื่อเสียงโด่งดังหลายท่าน ที่เป็นเรื่องปกติของศิลปินระดับโลกที่ต้องใช้ยาเสพติดช่วยสร้างสรรค์ผลงาน มาถึงวลีฮิต “เสพจริงแต่ควบคุมได้” ทิ้งท้ายด้วยการออกมาเตือนเด็กและเยาวชนว่าอย่าทำเลียนแบบพฤติกรรมของเขา แต่การวิพากษ์วิจารณ์ได้เกิดขึ้นในช่วงข้ามคืน มีการมองว่า ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีของเยาวชนในฐานะนักแสดงและร็อกเกอร์ผู้นำความคิด 

การแถลงข่าวที่ออกมายอมรับในทุกประเด็น ทั้งการเป็นคนเจ้าชู้ และการทำร้ายร่างกายอดีตภรรยา  ภายหลังการแถลงข่าวต้นสังกัด บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) โดยนายกริช ทอมมัส ได้ประกาศการยกเลิกสัญญากับ “เสก” จนในที่สุด จนเจ้าตัวได้เข้ารับการบำบัดในสถานบำบัดยาเสพติดสถาบันธัญญารักษ์  ซึ่งในขณะนั้นแพทย์ที่ทำการบำบัด ได้ให้ความเห็นว่ามีการใช้ยามานานหลายปีจนทำให้เกิดประสาทหลอน ทำลายร่างกาย, อารมณ์, จิตใจ ขั้นรุนแรง

จนกระทั่งในปี 2555 อาการของเสกดีขึ้น และได้กลับมาอยู่กับครอบครัว โดยเป็นตัวแทนช่วยประชาสัมพันธ์รณรงค์ต่อต้านยาเสพติด และตั้งชื่อโครงการ “ชวนน้องเลิกยา” และออกอัลบั้มต่อมาใช้ชื่อว่า ” I’m back”

จนล่าสุด ก็ I’m back (ฉันกลับมาแล้ว) สมชื่อ แต่คงไม่ใช่การกลับมาอย่างสวยงามมากนัก เพราะวันที่ 29 ธันวาคม 2560 เสกได้ยิงปินขึ้นฟ้า 10 นัด หลังเล่นคอนเสิร์ตในงาน 250 ปีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยอ้างว่า เพื่อยิงสลุต ในวัดเขาขุนพนม จ. นครศรีธรรมราช เพื่อสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และขัดขืนการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนในที่ก็สุดมอบตัว โดยถูกแจ้งข้อหา ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ซึ่งผลการตรวจหาสารเสพติดจากปัสสาวะของเสก ทางสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจรายงานว่า มีสารเมทแอมเฟตามีน กลุ่มยาไอซ์ หรือยาบ้า และสารเอ็มดีเอ็มเอ ที่อยู่ในกลุ่มประเภทยาอี และไม่ใช่ปัสสาวะสีม่วงที่เกิดจากการกินยาแก้ไอจากที่กล่าวอ้างในตอนแรกแต่อย่างใด

ดังนั้นการตรวจเจอสารเสพติดในร่างกายครั้งนี้จึงไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับคนในวงการบันเทิง และ “เสก โลโซ”

ในกรณีของเสกนี้ เรื่องคดีที่เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมก็ต้องดำเนินไป แต่คงต้องแยกกันกับการตัดสินด้านสังคมหรือโซเชียลมีเดียที่เป็นของคู่กันกับยุคนี้ 

สังคมจะปล่อยให้เกิดขึ้นวนเวียนในสังคมไทยเหมือนพายเรือในอ่าง จนมองเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเสพได้ก็รักษาได้ บำบัดได้ ให้กำลังใจ ผิดพลาด แก้ไขใหม่ อย่างน้อยก็เคยทำคุณประโยชน์แก่สังคม สร้างชื่อเสียง มีงานเพลงเป็นที่รู้จักประจักแก่ต่างชาติมากมาย 

หรือ อีกทางหนึ่ง จะไม่ปล่อยผ่าน เพราะคนเคยทำผิด เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่สังคม ไม่คู่ควรกับการเป็นแบบอย่างที่ต้องทำตาม ผิดแล้วผิดอีก ควรเพิ่มโทษ หรือหนักถึงขึ้นแบนจากวงการ อย่าไปส่งเสริม เพื่อเป็นมาตรฐาน

คุณเท่านั้นคือคนตัดสิน และเชื่อว่า มีคำตอบในใจ

 

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...