กำลังอ่าน :
“กองหนุนใหม่” ต่อสายอำนาจ มีใครบ้าง?
เขียนโดย : WorkpointShorts
เรื่องน่าสนใจ

“กองหนุนใหม่” ต่อสายอำนาจ มีใครบ้าง?

View 10 นาที 4 มกราคม 2018
เขียนโดย
WorkpointShorts
SHARE
COMMENT

ตู่ใช้กองหนุนไปเกือบหมดแล้ว คำกล่าวของ “พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีที่มีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2560 ทำให้มองสถานการณ์ต่างๆ ได้ชัดขึ้น

 

ที่ผ่านมานั้นต้องบอกว่า “รัฐบาลประยุทธ์” ใช้ทั้งกองหนุนและใช้ทั้งตัวช่วยไปมากจริงๆ กว่าจะมาถึงขั้นนี้ได้ และระหว่างทางนั้นเขาก็ได้ทำให้มิตรและกองหนุนหลายๆ คนกลายเป็นศัตรู หลายคนทิ้งเรือแป๊ะ เพราะดูท่าแล้วเส้นทางไม่ตรงกัน หรือหลายคนถูกแป๊ะผลักตกเรืออย่างไม่แยแส ว่าที่ผ่านมาเคยทำงานร่วมกันมาอย่างไร

 

แต่ก็ใช่ว่าระหว่างนี้เขามีแต่จะสละ “กองหนุนเก่า” เท่านั้น เพราะเมื่อเวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน กลุ่มขั้วอำนาจปัจจุบันก็มีการแสวงหา “กองหนุนใหม่” ด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกับภารกิจที่รออยู่ตรงหน้า ที่เรียกกว่า “การเลือกตั้ง” หากอยากจะชนะการเลือกตั้งเพื่อครองอำนาจต่อไปและการันตีรูปแบบสังคมและการปกครองที่อยากให้เป็น พวกเขาต้องชนะการเลือกตั้งเข้ามาเป็นรัฐบาล และทำลาย “ขั้วอำนาจเดิม” ลงให้จงได้ผ่านการเลือกตั้ง

 

แน่นอนกติกาที่เอื้อเขียนขึ้นแล้วผ่านรัฐธรรมนูญ เหลือเพียง “ผู้เล่น” เท่านั้น ที่ตอนนี้กำลังระดมสรรหา

 

ว่ากันว่า “กองหนุนใหม่” ในภารกิจนี้มีหลายกองทีเดียว

 

หากไล่ย้อนเราจะเห็นความพยายามต่อสายนักการเมือง กลุ่มขั้วต่างๆ ซึ่งพื้นที่ที่คาดว่าต่อสายได้คือกลุ่มขั้วการเมืองที่ครองเสียงภาคกลาง โดยกลุ่มแรกที่ผู้มีอำนาจปัจจุบันเอื้อมมือแห่งความสัมพันธ์ไปถึงคือกลุ่มของ “พรรคชาติไทยพัฒนา”

 

รู้กันว่ากลุ่ม “ศิลปอาชา” และ “พรรคชาติไทยพัฒนา” ครองพื้นที่บางส่วนของภาคกลาง โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวได้รับการยืนยันเมื่อนายกรัฐมนตรีไปลงพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เมื่อครั้งประชุม ครม.สัญจร จ.พระนครศรีอยุธยา

 

ครั้งนั้น “ลูกท็อปวราวุธ ศิลปอาชา” บุตรชายของ “บรรหาร ศิลปอาชา” อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังแต่งตัวเตรียมมาบริหารพรรคแทนบิดาที่เสียชีวิตไป พาพลพรรคชาติไทยพัฒนามาเรียงแถวต้อนรับ ซึ่งแต่ละคนก็มีพื้นที่ของตัวเองชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น “ประภัตร โพธสุุธน” หรือ “ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ”

 

นอกจากนี้ยังมี “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ “สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล” ซึ่งครองพื้นที่อ่างทองมาเป็นเวลานาน ซึ่งแม้หลังๆ “สมศักดิ์” จะออกมาอัดรัฐบาลบ่อยครั้ง แต่ที่สุดแล้วเชื่อกันว่าพวกเขาจะไม่ทิ้ง “ชาติไทยพัฒนา” ไปไหน เอาเป็นว่าไปไหนไปกัน

 

ยิ่งเห็นบทสนทนาของสองแกนนำพรรคที่เอื้อนเอ่ยต่อนายกฯ แล้วก็มองเป็นอย่างอื่นได้ยาก โดย “วราวุธ” ระบุว่า “เรายินดีที่คณะนายกฯ ให้เกียรติมาเยี่ยมสุพรรณบุรี อยู่กันเหมือนพี่น้องครอบครัวเดียวกัน หากรัฐบาลมีนโยบายอย่างไร พวกเราพร้อมสนองนโยบาย และการเลือกตั้งก็ให้นายกฯ เป็นคนตัดสิน โดยพวกเรารอเล่นอย่างเดียว ปีนี้ผมเป็นประธานสโมสรฟุตบอลสพรรณบุรีจึงต้องรอเล่นตามกติกาอย่างเดียว”

 

ส่วน “ประภัตร” ก็บอกว่า การเลือกตั้งเร็วไม่ได้ประโยชน์ เพราะวันนี้ทะเลาะกัน ถ้าเลือกตั้งก็ต้องด่ากัน วันนี้ขอเพียงรัฐบาลแบ่งงบประมาณมาช่วยชาวนาบ้าง เพราะเมื่อปากท้องของประชาชนอยู่ได้ นายกฯ จะอยู่อีก 8 ปี 10 ปีก็ไม่ว่า

 

ชัดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

 

กลุ่มต่อมาที่มีการต่อสายอย่  างชัดเจนคือกลุ่ม “มัชฌิมา” ที่มีผู้นำกลุ่มคือ “สมศักดิ์ เทพสุทิน”  ว่ากันตามจริงกลุ่มมัชฌิมานั้นอยู่กับรัฐบาลมาพรรคใหญ่ โดยผ่านทาง “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” หัวหอกเศรษฐกิจของรัฐบาล และเป็นผู้ที่นายกฯ ฝากความหวังเอาไว้ในปีสุดท้าย

 

เราจึงเห็น “ครม.สัญจร” สุโขทัยล่าสุดที่บรรดานักการเมืองสุโขทัยตบเท้าเข้าพบกันพร้อมหน้า นำโดย สมศักดิ์ เทพสุทิน, อนงค์วรรณ เทพสุทิน, พรรณศิริ กุลนาถศิริ, จักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล, มนู พุกประเสริฐ,  วิรัตน์ วิริยะพงษ์  สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมชาติ ลิมประพันธุ์

 

ทั้งนี้หาก “มัชฌิมา” ยังเหนียวแน่น เรายังอาจจะเห็นชื่อของ “เสี่ยแฮงค์ อนุชา นาคาศัย” และ “พรทิวา นาคาศัย” ซึ่งครองพื้นที่ชัยนาทอีกด้วย

 

ส่วนภาพหลุด “นายกฯ”กับ “พี่น้องตระกูลสะสมทรัพย์” บ้านใหญ่แห่งนครปฐม  เป็นการคอนเฟิร์มข่าวที่พรรคเพื่อไทยเคยเปรยกับคนใกล้ชิดว่า ทหารกำลังเจาะยาง ผ่านคนบ้านใหญ่แถบภาคกลาง

 

แม้ ทั้ง “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” และ “พี่ใหญ่สะสมทรัพย์” อย่าง เผดิมชัย สะสมทรัพย์ ออกมาปฏิเสธ แต่คอการเมืองก็ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะคนระดับนี้พบกันยากที่จะไม่มีนัดหมายหรือไม่มีวาระ เอาเป็นว่าชื่อเสียงของ “สะสมทรัพย์” นั้นมีปัญหาไม่น้อย ถ้าจำกันได้บ้านใหญ่หลังนี้เคยถูกเจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าค้นภายใต้ปฏิบัติการกวาดล้างผู้มีอิทธิพล หากไม่ต้องการต่อสายคงยากที่นายกฯ จะร่วมถ่ายภาพให้เสียคะแนน

 

ส่วน “อยุธยา” ซึ่งเป็นพื้นที่คนเสื้อแดงก็ว่ากันว่ามีบางคนเริ่มเข้าไปเจาะ “บ้านใหญ่อยุธยา” ที่ขณะนี้มี “เจ๊ใหญ่-สมทรง พันธุ์เจริญวรกุล” คุมพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จ แต่ต้องดูว่ายุทธการเจาะฐานจะเป็นได้ขนาดไหน

 

ขณะที่ระดับหัวหน้าพรรค รู้กันว่านาทีนี้ “พรรคภูมิใจไทย” ที่นำทัพโดย “เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล” นั้นแนบแน่นกับขุนทหารขนาดไหน  รวมถึงสายสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ “วิชัย ศรีวัฒนะประภา” เจ้าสัวคิงพาวเวอร์ ก็ทำให้หลายคนเชื่อว่าหลังเลือกตั้งโอกาสที่ทหารกับ “ภูมิใจไทย” จะร่วมงานกันก็มีไม่น้อย

 

และแน่นอนย่อมหมายถึงกลุ่มการเมืองขั้วบุรีรัมย์ ที่แม้ “เนวิน ชิดชอบ” จะประกาศไม่เล่นการเมือง แต่อำนาจบารมีของเขาก็ผงาดในวงการเมือง

 

ระดับ “เนวิน” ไม่ต้องออกหน้าก็คุมเกมได้ไม่ยาก

 

ส่วนเสียงลือเสียงเล่าอ้างอันว่าด้วยการที่อดีตคนใกล้ นายใหญ่อย่างบางคนในกลุ่ม “วังพญานาค” เข้ามาเจาะฐานแกนนำมวลชนพรรคเพื่อไทยก็ได้รับการจับตาเป็นพิเศษ ว่ากันว่างานนี้โอกาสเจาะฐานได้ก็มีไม่น้อย เพราะหากมีการรับสมัคร ความขัดแย้งในพรรคเพื่อไทยระหว่างแกนนำมวลชนกับอดีต ส.ส. เองก็มีอยู่หลายพื้นที่

 

และสุดท้ายกับ “ประชาธิปัตย์” ที่ถึงนาทีนี้แม้ตัวผู้นำพรรคอย่าง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” มีท่าทีที่แข็งกร้าวว่าจะไม่ยอมเป็นบันไดให้ใครบางคนสืบทอดอำนาจ แต่กับท่าทีของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” กลับเป็นขั้วตรงข้าม

 

จริงอยู่ที่ “ลุงกำนัน” ประกาศไม่เล่นการเมือง แต่บารมีของเขาในพรรคก็มีไม่น้อย ถ้าหากการรีเซ็ตสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคเดิมประสบความสำเร็จ ก็มีความเป็นไปได้ไม่น้อยว่า กลุ่มของเขาอาจเข้ามายึดครองอำนาจการตัดสินใจในพรรค และเมื่อนั้นท่าทีของพรรคก็อาจเปลี่ยนไป

 

จากนี้ถึงวันเลือกตั้ง เกมการเมืองและการต่อสายจะยิ่งเข้มข้น นักการเมืองหลายคนอาจจะตัดสินใจย้ายขั้วเปลี่ยนข้าง ด้วยหวังจะไม่อดอยากปากแห้งอีกต่อไป

 

 

บทความโดย “อสรพิษ”

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...