กำลังอ่าน :
บทเรียน บัตร ปชช. หาย-นะ กลายเป็นผู้ต้องหา เปิดบัญชีโกง
เขียนโดย : รินรดา รวีเลิศ
เรื่องน่าสนใจ

บทเรียน บัตร ปชช. หาย-นะ กลายเป็นผู้ต้องหา เปิดบัญชีโกง

View 7 นาที 10 มกราคม 2018
เขียนโดย
รินรดา รวีเลิศ
SHARE
COMMENT

น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี ถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง หลังถูกมิจฉาชีพล้วงกระเป๋า นำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร 7 ธนาคาร รวม 9 บัญชี แต่ละบัญชีมีการโอนย้ายเงินหลายแสนบาท คาดว่าเป็นบัญชีที่เปิดขึ้นมาเพื่อหลอกให้คนโอนเงินเข้ามา และมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์

กล้องวงจรปิดคนร้ายไปเปิดบัญชีธนาคาร

หลังจากไปแจ้งความเพื่อทำเรื่องดำเนินคดี จนสามารถขอดูกล้องวงจรปิด ขอดูรายการบัญชีเดินสะพัด และคำขอเปิดบัญชีได้ ก็เดินทางไปยังธนาคารเพื่อขอดูกล้องและหลักฐาน พบผู้ก่อเหตุปลอมตัวจนคล้ายคลึงกับรูปในบัตรเป็นอย่างมาก บุคคลแรกมีลักษณะ อวบและผิวคล้ำ ไว้ผมทรงหน้าม้า แต่ผู้ก่อเหตุอีกคนใส่ หน้ากากอนามัย ปิดหน้า ไม่ได้ไว้ผมทรงหน้าม้า ทำให้สันนิษฐานว่า ผู้ก่อเหตุอาจเป็นคนละคนกัน และกระทำเป็นขบวนการ

เรื่องผู้ก่อเหตุใส่หน้ากากอนามัยปิดหน้าแล้วเข้าไปเปิดบัญชีธนาคาร ทางนายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรณีสวมหน้ากาก หรือปิดมาร์สบริเวณใบหน้านั้น ไม่สามารถไปบังคับลูกค้าให้ถอดได้ ทำได้เพียงแต่ขอความร่วมมือ ซึ่งถ้าหากลูกค้าไม่ปฏิบัติตาม ก็ไม่สามารถบังคับได้ เพราะลูกค้าท่านนั้นอาจไม่สบายจริงก็ได้ และพนักงานธนาคารคงเกรงว่าอาจถูกตำหนิติเตียนได้ ไม่เหมือนกับกรณีของหมวกกันน็อค หรือแว่นตากันแดด ซึ่งเป็นสีดำ และหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้าทั้งหมด ที่ธนาคารจะต้องให้ถอดออกซึ่งเป็นข้อปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

บัตร ปชช. หาย “ชิป” ไม่บอกว่า “หาย”

ในเรื่องระบบการเช็คตัวตน ของธนาคาร ในส่วนของบัตรประชาชน บัตรประชาชนตอนนี้เป็นระบบสมาร์ทการ์ด มีชิปสีทองเอาไว้เก็บข้อมูล ซึ่งณิชาได้ทำการยกเลิกบัตรประชาชนใบเก่าแล้ว และได้สอบทางเจ้าหน้าที่ว่า หากยกเลิกใบเก่า จะไม่มีข้อมูลใช่ไหม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ใช่

แต่เมื่อ ณิชาไปเช็คกับทางธนาคารหลาย ๆ แห่งที่เกิดเรื่องธนาคาร ให้คำตอบว่า เมื่อได้ทำการเช็คบัตรประชาชน นำบัตรไปเสียบเช็ค ปรากฎว่า ข้อมูลบัตรไม่ได้แจ้งตัวสีแดง ขึ้นว่า หมดอายุ หรือ โดนยกเลิก จึงไม่เกิดข้อสงสัยใด ๆ

ณิชา ผู้เสียหาย ได้วงจรปิดมา 2 ธนาคาร อีก 7 แห่งที่เหลือ ไม่ให้เพราะบอกว่าเป็นระเบียบของธนาคารที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ถึงแม้ว่าทางผู้เสียหายจะยืนยัน และได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ส่วนเรื่องของคนที่มาเปิดบัญชีใส่หน้ากากอนามัย ธนาคารบางส่วนยืนยันว่า ธนาคารให้บุคคลดังกล่าวเปิดหน้ากากแล้ว แต่ไม่สงสัยอะไร บวกกับ ข้อมูลบัตรเมื่อเสียบเข้าเครื่องเช็คแล้ว ก็สามารถใช้งานได้ มีข้อมูลปกติ พนักงานธนาคารก็ไม่สงสัยใด แถมคนร้ายยังซื้อสินค้าอื่นๆ ของธนาคารด้วย เช่น ประกัน กองทุน ฯลฯ เลยอาจจะยิ่งดูน่าเชื่อถือ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

อีก 1 ประเด็นที่ธนาคารบอกว่ายังไม่มีการเชื่อมต่อฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์กับทางระบบของกระทรวงมหาดไทย เพราะจะมีแค่ธนาคารของรัฐที่ทำได้นั้น เลยทำให้ร้อนไปถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย บอกว่า ถ้าธนาคารจะเปิดบัญชีก็สามารถตรวจสอบได้ด้วยระบบตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทย ทางมหาดไทยให้บริการได้ทุกอย่าง เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ธนาคารต่างๆ เคยมาขอความร่วมมือใช้เทคโนโลยีหรือขอข้อมูลกับกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ธนาคารมีเอ็มโอยูกับมหาดไทยทุกธนาคาร สามารถตรวจสอบบัตรประชาชนได้หมดถ้าติดตั้งเครื่องตรวจสอบในสาขา ก็จะสามารถตรวจสอบในขั้นต้นได้ โดยในขั้นแรกจะเป็นการตรวจสอบยืนยันว่าใช่คนๆนั้นหรือไม่ ขั้นที่สอง หากอยากทราบข้อมูลเชิงลึกก็มีข้อตกลงที่สามารถทำได้ แต่ธนาคารจะต้องมีโปรแกรมที่เชื่อมโยงกับกระทรวง

โดยขณะนี้ธนาคารที่ใช้ระบบการตรวจสอบแบบนี้มากที่สุดคือธนาคารมิซูโฮ และธนาคารต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ แต่ในส่วนธนาคารของไทยไม่ใช้การตรวจสอบแบบนี้เลย

สถานการณ์สะท้อนปัญหาธนาคาร

ให้คนไม่แสดงตัวตนที่ชัดเจอเปิดบัญชีได้ = หละหลวมหย่อนยาน
ไม่เอะใจว่าเป็นมิจฉาชีพ เพราะซื้อสินค้าแพงๆ ของธนาคาร = ระบบการทำยอดขายของธนาคาร อยากขายสินค้ามากเกินไป
แค่ถ่ายสำเนาบัตร ปชช. และเซ็นต์ชื่อ = ไม่ทันสมัย ไม่ทันเทคโนโลยี ไม่ 4.0
ไม่ใช้ระบบและโปรแกรมตรวจสอบที่เชื่อมกับกระทรวงมหาดไทย = ไม่ลงทุนในซอฟแวร์ที่จำเป็น

เพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วน

บังคับลูกค้าถอดหน้ากากอนามัยไม่ได้ = นโยบายกลัวลูกค้า การชี้แจงของผู้บริหาร

 

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...