กำลังอ่าน :
ทฤษฎีสมคบคิด “โรคซึมเศร้า”
เขียนโดย : WorkpointShorts
เรื่องน่าสนใจ

ทฤษฎีสมคบคิด “โรคซึมเศร้า”

View 15 นาที 11 กุมภาพันธ์ 2018
เขียนโดย
WorkpointShorts
SHARE
COMMENT

“มาธิลด้า”

 

เด็กหญิงวัย 12 ปี ที่เกิดในครอบครัวที่พัวพันกับการค้ายาเสพติด ซึ่งกลายเป็นสาเหตุให้คนในครอบครัวของเธอถูกฆ่าตายอย่างทารุณ เธอเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตมาจากการฆาตกรรมหมู่อันแสนโหดร้ายนั้นได้จากการช่วยเหลือของ “ลีออง” ชายลึกลับที่อาศัยอยู่ร่วมอพาร์ตเมนต์เดียวกับเธอ

 

แล้วจากนั้นเป็นต้นมา “มาธิลด้า” ก็ได้ติดตามลีอองไปในทุกๆ ที่ ก่อนที่จะค้นพบถึงงานอันแสนอันตรายของเขา เท่าๆ กับที่ได้สัมผัสถึงความรู้สึกพิเศษที่ไม่เหมือนใครของนักฆ่ามืออาชีพคนนี้

.

“หลับตาลงทีไรก็เจอ ภาพของเธอที่กอดกับฉัน

จากคนๆ นี้ เปลี่ยนเป็นคนนั้น

ถามว่าใครจะเก็บอาการ ไม่ให้ฉันพาลก็ยากไป

อย่ามาถามทำไมว่าไม่ทน เธอไม่ใช่คนที่เสียใจ

 

บทเพลง “แพ้แล้วพาล” จากการถ่ายทอดเสียงร้องของ พลอยชมพู ญานนีน ภารวี ไวเกล ที่ใช้ประกอบซีรีส์ “Club Friday To Be Continued ตอน รักลองใจ” ดังคลอภาพตรงหน้าตลอดเวลา ดั่งเป็นบทเพลงประกอบการไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กของเด็กสาววัยเพียง 18 ปีที่ปรากฏตัวอยู่หน้าเลนส์กล้องโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน

 

จากช่วงต้นของการไลฟ์ ผู้ที่ได้ชมจะได้เห็นสาวน้อยคนนี้ในหลายอิริยาบถคลอไปกับบทเพลงดังกล่าว โดยมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าฉ่ำน้ำตาแทบตลอดเวลา

 

กระทั่งไม่มีใครเลยที่จะคาดคิด แม้แต่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ถือโทรศัพท์มือถือของเธอในการไลฟ์ ว่าจะได้เห็นภาพสุดท้ายของเธอพลัดตกลงไปจากสะพานพระราม 8 สู่สายน้ำเจ้าพระยาเบื้องล่าง

 

ในเวลาต่อมา ระหว่างการค้นหาร่างของสาวรุ่นคนนี้ภายใต้ผืนน้ำอันเชี่ยวกราก ได้มีการสาวเรื่องราวและชีวประวัติของเธอออกมาผ่านสื่อต่างๆ มากมาย ว่าเธออาศัยอยู่กับคุณยาย ที่ จ.ระนอง ก่อนหน้าที่จะแยกออกมาใช้ชีวิตลำพังคนเดียวในเมืองใหญ่ ก่อนหน้าที่จะหารายได้เลี้ยงตัวเองด้วยการก้าวสู่เส้นทางของการเป็นนางแบบแนวเซ็กซี่

 

ขณะที่ก่อนหน้านั้นไม่นานก็มีข่าวการตัดสินใจกระทำอัตวินิบาตกรรมของหญิงสาวอีกคนหนึ่งซึ่งอยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน รวมทั้งอยู่ในแวดวงนางแบบสายโชว์เสน่ห์แห่งเรือนกายเฉกเช่นกัน

 

ทั้งสองกรณีต่างมีสาเหตุเบื้องต้นของการตัดสินใจที่คล้ายคลึงกันคือ ความรู้สึกผิดหวังในความรัก ขณะที่มีการกล่าวอ้างถึงอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจครั้งสุดท้าย

 

นั่นคือ “โรคซึมเศร้า”

 

อันเป็นต้นเหตุหลักที่มักถูกหยิบยกมาเป็น “ผู้ร้าย” ของการตายจากอย่างกะทันหันของผู้คนทั่วโลกอยู่เสมอ อย่างน้อยก็ในรอบ 20 ปีให้หลังมานี้

 

ไม่ผิดแผกจากเมื่อใดก็ตามที่เกิดเหตุไฟไหม้แล้วยังไม่มีการระบุว่าเป็นการลอบวางเพลิง สาเหตุเกือบจะเพียงหนึ่งเดียวที่ถูกนำมาเป็นสมมุติฐานของการเกิดเพลิงไหม้ก็คือ “ไฟฟ้าลัดวงจร”

 

แม้กระทั่งการจากไปโดยการอัตวินิบาตกรรมของคนดังอย่าง คีธ อีเมอร์สัน ปรมาจารย์คีย์บอร์ดแห่ง Emerson, Lake & Palmer, คริส คอร์แนล แห่ง Soundgarden, เชสเตอร์ เบนนิงตัน แห่งวง Linkin Park เรื่อยมาจนถึงการจากไปของ” คิม จงฮยอน” นักร้องชื่อดังอายุ 27 ปีแห่งวง SHINee ที่ถูกพบนอนเสียชีวิตอยู่ในบ้านพักย่านชองดัมดง และร็อกเกอร์หญิงเจ้าของเสียงร้องเป็นเอกลักษณ์คือ โดโลเรส โอ’ริออร์แดน นักร้องนำวง The Cranberries ภายหลังจากที่พนักงานทำความสะอาดของโรงแรมพาร์คเลนพบร่างไร้วิญญาณของเธอในอ่างอาบน้ำห้องพัก แม้จะยังไม่มีการสรุปถึงสาเหตุการเสียชีวิตออกมาในขณะนี้ แต่เชื่อกันว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นผลจากการตัดสินใจของนักร้องวัย 49 เอง

 

 

เช่นเคย ที่มีทฤษฎีสมคบคิดออกมาจากทั้งฝั่งสื่อมวลชนและฝ่ายแฟนเพลงของเธอว่าน่าจะเป็นผลพวงจากโรคซึมเศร้า สืบเนื่องจากเคยถูกทารุณทางเพศตั้งแต่เด็ก การเสียชีวิตของคุณพ่อที่เธอรัก กระทั่งนำไปสู่ความพยายามฆ่าตัวตายด้วยการกินยาเกินขนาดเมื่อ 6 ปีก่อน แม้จะไม่สำเร็จ แต่ชีวิตของเธอกลับดำดิ่งอย่างต่อเนื่อง ต้องหย่าร้างกับสามีที่แต่งงานร่วมชีวิตกันมา 20 ปีเต็ม ไม่เพียงเท่านั้น แพทย์ยังวินิจฉัยว่าเธอมีอาการไบโพลาร์ ทั้งยังมีพฤติกรรมการกินอาหารไม่ปกติจนเป็น Anorexia อีกด้วย นอกเหนือจากการติดสุราอย่างหนัก

 

แน่นอนว่าหากเทคะแนนให้กับสาเหตุหลักอย่าง “โรคซึมเศร้า” ความหม่นเศร้าอันแสนว่างเปล่าที่มีปลายทางอยู่ที่การปลิดชีวิตตัวเองนั้นย่อมเป็นผลมาจากความป่วยไข้และความผิดปกติของสารเคมีที่อยู่ในสมองที่มีชื่อว่า เซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งสามารถรักษาและประคับประคองได้ด้วยวิธีการรักษาทางจิตใจ ไปจนถึงการรักษาด้วยยาและการดูแลรักษาทางการแพทย์

 

แต่นั่นคือสาเหตุที่แท้จริงหรือเหตุผลทั้งหมดของการจากไปอย่างกะทันหันไม่คาดคิดของทุกกรณีที่กล่าวมาจริงหรือ?

 

ดังที่เคยมีคำกล่าวในทางพุทธศาสนาที่ว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” กระนั้นความมีอยู่ของโรคซึมเศร้าก็เป็นดั่งขั้วตรงข้ามของคำกล่าวนี้ ด้วยกายนั้นได้กลายมาเป็นนายอันทรงอิทธิพลต่อจิต ส่งผลกัดกร่อนกระทั่งจิตเหลือเพียงความว่างเปล่า กระทั่งลงเอยด้วยการกลับมาทำลายกายและชีวิตลงไปในที่สุด

 

กายกับจิตจึงมีอิทธิพลต่อกันและกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธ

 

ย้อนกลับไปที่เรื่องราวของผู้จากไป ไม่ว่าจะเป็นสาวรุ่นวัย 18 ที่กระโดดสะพานพระราม 8 นางแบบอิสระวัย 19 ที่ยุติชีวิตด้วยการแขวนคอ เรื่อยไปจนถึงสองนักร้องดังแห่งวงการเพลงร็อก หรือร็อกเกอร์สาวเจ้าของเพลง “Zombie” อันลือลั่น ทั้งหมดต่างก็หนีไม่พ้นกับความผิดปกติในสองส่วนนี้ ทั้งกายแล้วก็จิต

 

ทั้งหมดล้วนแต่มีจุดร่วมเดียวกันในความเปราะบางของอารมณ์ ความรู้สึก และหัวใจ นั่นคือความรู้สึกโดดเดี่ยว ปราศจากคนไหนหรือสิ่งใดที่จะมาเป็นแก่นแกนให้หัวใจได้ยึดเหนี่ยว

 

ด้วยเส้นทางชีวิตที่ผ่านการพลัดพรากจากครอบครัว หรือใดๆ ที่มีส่วนเหนี่ยวรั้งจิตใจ มาใช้ชีวิตลำพังในสถานที่ไกลแสนไกลจาก “บ้าน” ต้องผ่านการเคี่ยวกรำความคิด ชีวิต และจิตใจด้วยตัวเองตั้งแต่อายุยังไม่พ้นวัยรุ่น หากมีต้นทุนทางวุฒิภาวะที่ดีก็อาจหลีกเลี่ยงสถานการณ์อันสุ่มเสี่ยงต่อชีวิตหรืออนาคตไปได้

 

แต่หากไม่ ชีวิตก็อาจผ่านไปจนถึงจุดหรือสถานการณ์ที่ไม่ต่างไปจากการเอื้อมมือไปจับลวดหนามที่เคลือบพิษโดยรู้ไม่เท่าทัน ซึ่งจำนวนไม่น้อยก็ไม่สามารถมีชีวิตรอดจากพิษร้ายไปได้

 

เหมือนกับที่นางแบบเซ็กซี่สมัครเล่นทั้ง 2 คน หรือกระทั่งร็อกสตาร์ผู้จากไปก่อนวัยอันควรทั้งหลายไม่อาจผ่านพ้นไปได้

 

ปัจจัยสำคัญยิ่งที่เป็นต้นธารแห่งความเปราะบางของอารมณ์ ความรู้สึก และหัวใจ จากความรู้สึกอันโดดเดี่ยวไร้หลักยึดเหนี่ยวนั้นก็คือ การขาดซึ่งองค์ประกอบที่ถูกอรรถาธิบายอยู่ในทฤษฏีความต้องการของมาสโลว์ ตั้งแต่ขั้นที่ 2 ไปจนถึงขั้นที่ 5

 

นั่นคือ 2. ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย (safety needs) 3. ความต้องการความรักและความเป็นเจ้าของ (belongingness and love need) 4. ความต้องการเกียรติยศชื่อเสียง และความภาคภูมิใจ (self-esteem need) และ 5. ความต้องการตระหนักในตนเอง (self-actualization need)

 

ด้วยตกอยู่สภาวะขาดแคลนทั้ง 4 ขั้นหลัง ซึ่งเป็นความต้องการที่ข้องเกี่ยวเรื่องราวของนามธรรม คือจิตใจและความรู้สึกนั้นยังผลให้แต่ละคนที่ถูกสรุปรวมว่าจากไปด้วยผู้ร้ายที่ชื่อ “โรคซึมเศร้า” นั้นต่างก็ขาดความมั่นคงในจิตใจ อันมีอิทธิพลอย่างมากต่อการใช้ชีวิตและตัดสินใจ

 

ไม่ต่างอะไรกับต้นไม้ที่ไร้ราก

 

ลุค เบซง ผู้กำกับมากฝีมือชาวฝรั่งเศสได้เคยบอกเล่าถึงประเด็นนี้ในภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมของเขาคือ “Léon: The Professional” โดยแทนสัญญะเกี่ยวกับรากเหง้าของหัวใจด้วยต้นไม้ในกระถางที่ “ลีออง” นักฆ่าหนุ่มผู้เงียบเชียบตัวเอกของเรื่องนั้นจะติดตัวไปด้วยไม่ว่าจะย้ายตัวเองไปพักแรมอยู่ที่ไหน ซึ่งเป็นสัญญะที่แทนถึงชีวิตไร้รากของเขา ที่ใช้ชีวิตเสี่ยงตายไปวันต่อวันในสภาวะคนไร้หัวใจ

 

 

จนกระทั่งเขาได้พบกับ “มาธิลด้า”

 

เธอค่อยๆ เติมเต็มให้กับชีวิตเขาทีละน้อย พร้อมกับทำให้หัวใจเขาค่อยๆ หยั่งรากลึกลงไปยังสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก”

 

อันยังผลให้ชีวิตและจิตวิญญาณของลีอองไม่ต้องโดดเดี่ยวลำพังอีกต่อไป

 

“การเยียวยารักษา “โรคซึมเศร้า” จึงไม่อาจจบตรงที่ตัวยาเพียงเท่านั้น หากต้องอาศัย “ยา” ที่ไม่ได้เกิดจากส่วนผสมในห้องแล็ป หากแต่เป็น “ความรัก” และ “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” ที่ได้รับจากผู้อื่น

 

“ยา” จึงไม่ใช่คำตอบสำหรับโรคซึมเศร้านี้ เท่าๆ กับที่โรคยอดฮิตโรคนี้มิใช่สาเหตุทั้งหมดที่นำไปสู่การจากไปอย่างกะทันหันของใครต่อใครที่เรากล่าวมาตั้งแต่ต้น

 

“ความรัก” ต่างหากคือคำตอบและทางออกที่แท้จริงของโรคร้ายที่พรากใครหลายคนไป รวมทั้งเติมให้ทฤษฏีความต้องการของมาสโลว์เต็มสมบูรณ์จนถึงขั้นที่ 5 เช่นเดียวกับที่เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดสำหรับปลายทางอันแสนเศร้า เมื่อคนเราขาดแคลนสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” ไป

 

ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของ “การให้” หรือ “การได้รับมา” ซึ่งความรักก็ตาม

 

เพราะต่อให้เป็นคนในกลุ่มที่ชอบเก็บตัว (Introvert) ระดับหนักหนา แต่ก็เชื่อเหลือเกินว่าย่อมไม่ปฏิเสธและมีความรู้สึกดีเกิดขึ้นแน่นอน หากได้รับความสนใจ เชื่อใจ และความรักจากผู้อื่น ซึ่งจะช่วยเติมเต็มให้เขาสามารถตระหนักถึงคุณค่าในตัวเองได้ในที่สุด

 

หลังจากที่มีเหตุให้ต้องห่างจากนักฆ่าผู้โดดเดี่ยว

 

“มาธิลด้า” ก็ตัดสินใจนำต้นไม้ของ “ลีออง” ออกมาจากกระถาง

 

ก่อนที่จะขุดดินและปักลำต้นลงในสนามหญ้าตรงหน้า ณ บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่

 

แล้วในที่สุด จิตวิญญาณของนักฆ่าผู้นี้ก็ได้มีรากหยั่งลงไปผูกสัมพันธ์กับผืนดิน

 

ทั้งยังมีร่มเงาอันรื่นรมย์และอบอุ่นของต้นไม้ใหญ่ให้ได้ยึดเหนี่ยวอย่างมั่นคงสมดังที่รอคอยเสียที

 

 

 

บทความโดย พีรภัทร โพธิสารัตนะ

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...