สปสช.ยอมรับมีข้อมูลหลุด 1.3 แสนรายการ ไม่เกี่ยวกับ A-MED
สปสช.ยอมรับมีข้อมูลหลุด 1.3 แสนรายการ ไม่เกี่ยวกับ A-MED

สปสช.ยอมรับ มีข้อมูลผู้ใช้บริการแพทย์แผนไทยถูกจารกรรมเมื่อกลางเดือน มี.ค. 1.3 แสนรายการ มีทั้งชื่อ-สกุล เบอร์โทร และอีเมล์ ยืนยันข้อมูลที่ถูกจารกรรมไปไม่ได้อยู่บนฐานข้อมูล A-MED ไม่กระทบส่วนอื่น - เตือนใครได้ SMS แนบลิงก์แปลอย่ากด
(28 มี.ค. 68) จากกรณีที่มีการเปิดเผยว่ามีมิจฉาชีพประกาศขายข้อมูลคนไทย ขนาดไฟล์ใหญ่กว่า 8 GB บนดาร์คเว็บ โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลจากฐานข้อมูลของระบบ A-MED Care Plus วานนี้(27 มี.ค.) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้หลุดจากฐานข้อมูลของระบบ A-MED Care Plus โดย สปสช. ได้รับแจ้งจาก สวทช.เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว
ทพ.อรรถพร เปิดเผยว่า ช่วงกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีข้อมูลที่โดนจารกรรมประมาณ 1.3 แสนรายการ จากขั้นตอนในช่วงที่มีการคัดลอกข้อมูล เพื่อมาทำฐานข้อมูลชั่วคราวสำหรับการประมวลผลรายงาน ส่งให้กับคลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น ซึ่งเป็นระบบเดี่ยวที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับระบบใด จึงทำให้เหตุการณ์นี้ไม่มีผลกระทบต่อหน่วยบริการทั้งหมด และไม่มีผลกระทบต่อระบบ A-MED Care Plus และระบบที่เชื่อมโยงกับ A-MED Care Plus รวมถึงไม่มีผลกระทบต่อระบบการเบิกจ่ายกับ สปสช.
ด้าน ศ.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช.ดำเนินการแก้ไขเพื่อป้องกันระบบได้ภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากได้รับแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) โดยได้ย้ายฐานข้อมูลชั่วคราวสำหรับการประมวลผลรายงานให้มาอยู่ในคลาวด์ภาครัฐ (GDCC) ที่มีความปลอดภัยและมั่นคงสูงแทน
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า มีข้อมูลประมาณ 1.3 แสนรายการที่อาจจะถูกเข้าถึงได้ โดยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล อีเมลและเบอร์โทรศัพท์ของผู้รับบริการแพทย์แผนไทย โดยได้แจ้ง สปสช.ให้รับทราบสถานการณ์ และ สวทช.ได้ดำเนินการแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)
พร้อมทั้งแจ้งความที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อหาผู้กระทำผิดและจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด รวมทั้งเพิ่มระบบมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เกิดภัยทางไซเบอร์ในรูปแบบเดียวกันอีกในอนาคต
ทั้งนี้ สปสช.ได้แนะนำให้ประชาชนที่เคยรับบริการแพทย์แผนไทยในคลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น ระมัดระวังอย่าหลงเชื่อข้อความสั้น (SMS) เพื่อหลอกให้กดลิงก์ หรือหลอกให้โอนเงินทางโทรศัพท์ โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ หรือการกระทำอื่นใดที่มีที่มาไม่ชัดเจนหรือยืนยันไม่ได้ และหากพบเหตุการณ์ดังกล่าวแจ้งได้ที่สายด่วน สปสช. 1330
TAGS:
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อุทาหรณ์! หนุ่ม 34 ปี กินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นติดคอดับ แม่เผยขณะเกิดเหตุลูกชายบอกแม่ผมไม่ไหวแล้ว กระสับกระส่าย

หนุ่ม 19 ยางแตกหลับคารถ ตร.ปลุกเจอเซอร์ไพรส์ พบปืน 4 กระบอก กระสุน ระเบิด ยาบ้า สารภาพชื่นชอบจึงสะสม
