ฝันเห็นคนตาย 3 คืนติด ก่อนหลานชายสูญหายในตึกถล่ม
ฝันเห็นคนตาย 3 คืนติด ก่อนหลานชายสูญหายในตึกถล่ม

น้าสาวเล่าฝันประหลาด เห็น ตา ยาย และแม่ของหลานชายมาหาในฝัน 3 คืนติด ก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหว หลานชายเป็นช่างไฟในตึกใหม่ สตง. สูญหายพร้อมตึกถล่ม จนวันนี้ยังไม่ทราบข่าว ที่บ้านเตรียมเข้ากรุงเทพ รอรับหลานกลับบ้าน
(1 เม.ย. 68) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบครอบครัวของผู้สูญหายจากเหตุตึกอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สูง 30 ชั้น ในกรุงเทพฯ ที่ได้รับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวจนถล่มลงมา เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา มีคนงานก่อสร้างภายในอาคารหลายคนสูญหายและเสียชีวิต
โดยผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ บ้านวังทอง ตำบลวังเพิ่ม อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของนายอนุพล หรือ “น้องหยวก” อายุ 26 ปี ช่างไฟฟ้าที่ทำงานอยู่ภายในอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวทำให้อาคารถล่ม ครอบครัวไม่สามารถติดต่อกับนายอนุพลได้อีก
น.ส.ชัยประชา อายุ 48 ปี น้าสาวของนายอนุพล เปิดเผยว่า หลานชายเติบโตมากับตา ยาย ป้า และน้า เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกัน แม่ก็เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อโตขึ้นได้เรียนการศึกษานอกระบบ (กศน.) จนจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น แล้วออกหางานทำก่อนจะรู้จักกับผู้รับเหมารายหนึ่ง และเดินทางทำงานไปตามโครงการก่อสร้างต่างๆ ล่าสุดทำงานเป็นช่างไฟฟ้าในอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินทึ่เกิดเหตุมาได้ประมาณ 5 เดือนแล้ว โดยปกติแล้ว นายอนุพลไม่ค่อยโทรศัพท์กลับบ้านบ่อยนัก ส่วนใหญ่จะพูดคุยเรื่องการค้าขาย และเคยบอกว่าตั้งใจทำงานเก็บเงินเพื่อซื้อรถยนต์กลับมาอยู่บ้าน จะได้ขับรถพาน้าสาวไปขายกับข้าวตามหมู่บ้าน
น.ส.ชัยประชากล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหว ตนฝันเห็นญาติที่ตายไปแล้ว โดยในฝันมีทั้งตา ยาย และแม่ของนายอนุพลซึ่งกลับมาที่บ้านติดต่อกัน 3 คืน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดในแง่ดีขอตัวเลขอย่างเดียว ไม่อยากจะคิดไปในทางที่เป็นลางร้าย
ขณะเดียวกัน พี่สาวคนโตซึ่งเป็นป้าของนายอนุพลก็ฝันเห็นญาติผู้ใหญ่ที่เสียชีวิตไปแล้วกลับมาหาที่บ้าน จึงพูดคุยกันว่าอาจเป็นลางไม่ดี กระทั่งเช้าวันที่ 28 มีนาคม เวลา 10.00 น. นายอนุพลโทรศัพท์มาหา พูดคุยตามปกติ ก่อนวางสายไป แต่ช่วงบ่ายหัวหน้างานของนายอนุพลโทรมาแจ้งว่า อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม และนายอนุพลซึ่งทำงานอยู่ภายในอาคารขณะนั้นยังไม่ทราบชะตากรรม
จนถึงขณะนี้ยังคงหาตัวไม่พบ ครอบครัวจึงตั้งใจ เตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปยังจุดอำนวยการค้นหาผู้สูญหายจากอาคารถล่ม เพื่อเฝ้ารอข่าวของนายอนุพล หากพบว่าเสียชีวิตจริง ก็ต้องการนำร่างกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้าน พร้อมขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องการนำศพกลับบ้านและการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีทางศาสนา เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน