“กัณวีร์” ซัดเลิกโกหก มีประเทศพร้อมรับอุยกูร์ แต่รัฐบาลไทยเปลี่ยนใจ

“กัณวีร์” ซัดเลิกโกหก มีประเทศพร้อมรับอุยกูร์ แต่รัฐบาลไทยเปลี่ยนใจ

55628 ก.พ. 68 12:39   |     ข่าวเวิร์คพอยท์

“กัณวีร์” ซัดเลิกโกหกเรื่องไม่มีประเทศที่ 3 รับผู้ลี้ภัยอุยกูร์ ชี้ตุรกีกับอีก 2 ประเทศเคยแสดงความจำนงค์พร้อมรับผู้ลี้ภัยทั้งหมด แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เปลี่ยนใจกะทันหัน - ถามซ้ำที่บอกส่งไปจีนแล้วปลอดภัย กล้าถามจีนไหม 109 คนที่ส่งไปก่อนหน้านี้ตอนนี้อยู่ที่ไหน?

(28 ก.พ. 68) สืบเนื่องจากการแถลงจากรัฐบาลเรื่องการส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ให้ทางการจีนวานนี้ ที่มีการระบุว่าที่ผ่านมาหลังประเทศตุรกีรับผู้ลี้ภัยกลุ่มแรกจำนวน 100 กว่าคน(เป็นผู้หญิงและเด็กทั้งหมด) ไปแล้ว จากนั้นในระยะ 10 ปีที่ผ่านมาไม่มีประเทศใดเปิดรับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์เพิ่ม รวมถึงมีการระบุว่าทางการจีนรับรองเรื่องความปลอดภัยให้กลุ่มผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลุ่มล่าสุด 45 คน ที่ถูกส่งตัวกลับไป โดยทงการไทยสามารถขอตรวจสอบได้ทุกเมื่อ


นายกัณวีร์ สืบแสง สส.พรรคเป็นธรรม ซึ่งเป็นผู้ที่เกาะติดเรื่องกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์มาตลอด และเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ UNHCR ที่เข้าไปให้ความช่วยกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ นับตั้งแต่มีการพบตัวในไทยเมื่อปี 2557 ได้ออกมาโต้ตอบเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า


“หยุดโกหกและหลอกลวงคนทั้งโลกกับการออกมาแก้ตัวแถลงชี้แจงกรณีส่งชาวอุยกูร์กลับจีน ขออนุญาตลากไส้ออกมาเป็นข้อๆ ดังนี้ (อยากอ่านสรุปเร็วข้างล่างนี้ ถ้าอยากเอารายละเอียดเชิญด้านล่าง)


1. เรื่องหลักการการส่งกลับที่เป็นไปตามสากล - สากลกี่โมง เริ่มด้วยนิยามผู้ลี้ภัยและการกลับประเทศต้นทาง

2. เรื่องการสมัครใจกลับ - สมัครใจกี่โมง ผมอยู่ในเหตุการณ์ที่สงขลาเมื่อ11ปีที่แล้ว ไม่มีใครอยากกลับ 

3. เรื่องไม่มีประเทศที่ 3 ติดต่อรับ - เมื่อ 11 ปีที่แล้ว ตุรกีส่งเครื่องบินมาเตรียมรอ สุดท้ายตุกติกไม่ส่ง หลายๆประเทศก็รอรับ ก็ไม่ส่งไป


เอารายละเอียด+อรรถรส ด้านนี้ครับ 


1. ที่บอกว่าเป็นไปตามขั้นตอนหลักสากล รู้จักหลักสากลที่ว่านี้จริงแค่ไหน ?? หลักการไม่ส่งกลับ (non-refouelment) มันต้องเริ่มจากนิยามผู้ลี้ภัย คือผู้ที่มีความหวาดกลัวอย่างประจักษ์ต่อการถูกประหัตประหาร ไม่สามารถอยู่และไม่อยากอยู่ที่ประเทศต้นกำเนิด ด้วยเหตุผลการกดขี่ด้วยเหตุทางเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ ความเห็นทางการเมือง หรือ การเป็นสมาชิกของกลุ่มสังคมที่ถูกตามล่า 


ผู้ลี้ภัยจึงไม่มีความประสงค์จะกลับไปประเทศตันกำเนิด ดังนั้น จารีตประเพณีปฏิบัติระหว่างประเทศ คือสิ่งที่ทุกประเทศเคารพและปฏิบัติกันอย่างต่อเนื่อง จึงกลายเป็นสิ่งที่ทุกประเทศต้องพึงปฏิบัติตามโดยไม่ต้องลงนามแต่อย่างใด ดังนั้นเราจะไม่สามารถบังคับหรือผลักดันให้คนกลับไปตายได้ !!


2. แถมโกหกอีกว่าสมัครใจกลับ !! ใครสมัครใจกลับ ?? ผมอยู่กับพวกเค้าตั้งแต่วันแรกที่ถูกพบในป่าที่รัตภูมิ จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. 2557 ผมยังจำได้ดีว่าผมต้องซื้อผ้าเช็ดตัวมาให้ชาวอุยกูร์ผู้ชายทุกคนที่ถูกกักอยู่ในหลายห้องกักของ สตม. เพื่อให้พวกเค้าคลุมหัว แล้วนอนคว่ำหน้า เมื่อกงสุลของจีนอยากเค้าพบพวกเค้า !!


แต่กฏของ ตม.ไทยคือหากผู้ต้องกักไม่อยากพบใครก็สามารถปฏิเสธการเข้าพบได้ แต่!!! กงสุลจีนไม่สนเดินทะลึ่งเข้าไปในห้องกักหลายครั้ง ผมเลยตัดสินใจซื้อผ้าเช็ดตัวให้ทุกคนเพื่อปิดหน้าปิดตาเมื่อมีคนทะลึ่งเข้ามา 


จนกระทั่งหากใครตามข่าวก็จะทราบว่าเมื่อเดือนที่แล้ว มกราคม 2568 ผู้ต้องกักอุยกูร์ทุกคนที่สวนพลูแจ้งว่าถูก จนท. สตม. มาสอบถามถึงความสมัครใจในการกลับจีนและเอาเอกสารบางอย่างมาให้ทุกคนเซน และจับถ่ายรูปทุกคน ผลก็คือมีการอดข้าวประท้วงกันประมาณครึ่งเดือน เพราะกังวลและเกรงกลัวว่าจะถูกผลักดันกลับจีน จนภาคประชาสังคมต้องเข้าไปพูดคุยด้วยว่าจะไม่มีการผลักดันกลับ ทุกคนจึงกลับมากินอาหาร


มันจะเปลี่ยนใจกันเร็วขนาดนี้เลยเหรอ ตลกจัด !!


ไม่เรียนรู้เรื่อง 109 คนที่ถูกผลักดันกลับจีนเมื่อปี 2558 ถามจริงรู้หรือไม่ชะตากรรมพวกเค้าเป็นยังไง ?? เคยขอติดตามไปดูชีวิตเค้าหลังการถูกผลักดันกลับหรือไม่ ไม่ใช่แค่ให้เลขา สมช.ไปดูแล้วยิ้มแย้มบอกว่าการันตีความปลอดภัยแล้วเดินทางกลับมา รูปที่เห็นวันนี้เลขา สมช.ยืนยิ้มไปดูคนถูกผลักดันกลับมันสะอิดสะเอียนเหมือนเคยเห็นมาเมื่อปี 2558 ไม่ผิดเพี้ยน


กล้าถามจีนมั้ยว่า 109 คน อยู่ที่ไหน ?? แล้วยังมีหน้ามาการันตีความปลอดภัย


นักการเมืองและรัฐบาลให้ข้าราชการอย่าง สมช. กต. และ สตม. มานั่งโกหกฝ่ายนิติบัญญัติว่าไม่มีนโยบายใดๆ ในการผลักดันกลับ สมช. ที่มาเข้าประชุม กมธ.กฏหมายฯ แจ้งที่ประชุมว่า “กลุ่มคนเหล่านี้อพยพออกมาจากประเทศต้นทางและไม่ขอกลับไปยังประเทศต้นทาง…“ และไม่มีการเตรียมการใดๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการส่งกลับ


แต่จับโป๊ะว่ามีการเตรียมการมาเป็นแรมเดือนอย่างระมัดระวังอย่างครอบคลุม แถมบอกว่าอย่าจินตนาการกันไป 


ท่านนั่นแหละที่จินตนาการ จินตนาการว่าเค้าอยากกลับเอง ทั้งๆ ที่เค้าเดินทางข้ามน้ำข้ามแดนมาเป็นหลักพันๆ กิโลเพื่อหนีความตาย แล้วยังบอกว่าเค้าอยากกลับบ้าน จินตนาการว่าผมจินตนาการใส่ร้ายและมาพูดเรื่องการส่งกลับผู้ลี้ภัยอุยกูร์ ขอบอกครับผมไม่จินตนาการ ผมมาจากข้อมูลและหลักฐาน ไม่ใช่คนอย่างพวกท่าน !!


3. หยุดโกหกบิดเบือนว่าตั้งแต่พบชาวอุยกูร์ในไทยเป็นเวลามากกว่า 10 ปี ไม่มีประเทศไหนมาขอรับไปตั้งถิ่นฐานใหม่เลย หยุด !! ผมนี่แหละที่เป็นคนประสานกับรัฐบาลตุรกีเมื่อปี 2557 ผ่าน สอท.ตุรกีประจำประเทศไทยในการขอตั้งถิ่นฐานใหม่ในตุรกี และเค้าอำนวยความสะดวกว่าจะส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำ 2 ลำ จากแองคาร่าเมืองหลวงตุรกีมาไทยภายใน 24 ชม. หากแต่คำสัญญาในช่วง รบ.ยิ่งลักษณ์เปลี่ยนใจไม่ให้ส่งไปตุรกีตอนนั้น เค้าเลยติดชะงักอยู่ห้องกัก สตม.จนถูก รบ.แพรทองธารผลักดันกลับจีนในปี 2568


อย่ามโนว่าไม่มีคนอยากรับเค้า ยังมีมากกว่าตุรกีอีก 2 ประเทศที่ต้องการแต่รัฐบาลไม่เอา มันเป็นเพราะอะไร เพราะคำแนะนำของ สมช.งั้นมั้ย ? ถ้าใช่ สมช.มีปัญหาหนักต้องปรับมันทั้งโครงสร้างตั้งแต่ เลขา สมช. ลงไป เพราะมันกลับถูกสร้างมาเป็นเครื่องมือรับใช้นักการเมืองมากกว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านความมั่นคง 


แต่หากมันเป็นเพราะฝ่ายการเมือง แสดงว่ารัฐบาลไร้ความรู้ด้านนี้มาก แย่!! มาสร้างบาดแผลบนรอยมนุษยธรรมและความชั่วร้ายที่ถูกฝังอยู่กับไทยอย่างลบออกไม่ได้


ทำอะไรไม่โปร่งใส ไปตกลงกับสีจิ้นผิงไว้ว่าจะร่วมผลักดันผู้ลี้ภัยอุยกูร์กลับจีน อย่างนี้เค้าเรียกว่าการกดปราบข้ามชาติอย่างเปิดเผยและเป็นทางการ เน่าเฟะที่สุด ลลาออกไปเถอะกับสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเถอะ ไม่เหมาะสม!! 


ชีวิตคนนะที่คุณกำลังเล่นเกมส์อุบาทว์นี้อยู่ เดี๋ยวจะตามล้างให้หมดตั้งแต่ผู้นำรัฐบาล ยันคนโกหกระดับปฏิบัติการ”


TAGS:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง