“เอกนัฏ” สั่งทีมสุดซอย ตรวจมาตรฐานเหล็กเส้น ตึก สตง.ที่ถล่ม
“เอกนัฏ” สั่งทีมสุดซอย ตรวจมาตรฐานเหล็กเส้น ตึก สตง.ที่ถล่ม

รมว.อุตฯ สั่งทีมสุดซอย ตรวจมาตรฐานเหล็กเส้น ตึก สตง.ที่ถล่ม ลั่น! หากใช้เหล็กหรือวัตถุก่อสร้างด้อยคุณภาพ จะจัดการให้ถึงที่สุด ขยายผลไปถึงโรงงานผลิตด้วย
(30 มี.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ได้สั่งทีมสุดซอย หรือ “ทีมตรวจการสุดซอย” ของกระทรวงอุตสาหกรรม มีผู้ตรวจราชการกระทรวง และเจ้าหน้าที่ตามภารกิจที่มอบหมาย เข้าร่วมในทีม มีภารกิจหลักคือสแกนตรวจตราโรงงานและสินค้า ที่ไม่ได้มาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรม ตามที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรี โดย รมว.อุตสาหกรรมได้สั่งทีมสุดซอย พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้เข้าไปเก็บหลักฐานที่จุดเกิดเหตุตึก สตง.ถล่ม ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจาก นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการ รมว.และโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม และหากพบว่าทางผู้ก่อสร้างมีการใช้เหล็กเส้นที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็จะต้องถูกเอาผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะขยายผลไปถึงโรงงานผลิตเหล็กดังกล่าวด้วย
โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยด้วยว่า จากการวิเคราะห์ตามแบบแปลนโครงสร้างตึกของ สตง. ที่กำลังก่อสร้างมีความสูง 30 ชั้น คาดว่า จะต้องใช้เหล็กเส้นข้ออ้อย ที่เป็นเส้นกลมมีบั้ง น่าจะขนาด DB16 DB20 DB25 เป็นหลักในการเสริมแรงโครงสร้างคอนกรีต โดยเฉพาะ เสา คานพื้นและฐานราก เพื่อรองรับน้ำหนักและแรงอัด แรงดึง รวมทั้งแรงเฉือน หากมีการใช้เหล็กเส้นข้ออ้อยที่ไม่ได้มาตรฐาน จะทำให้โครงสร้างเปราะและแตกหักง่าย (เหล็กมีความแข็งแต่เปราะ) เมื่อเกิดแผ่นดินไหวหรือได้รับแรงกระแทกที่รุนแรง ก็จะทำให้เหล็กหักเป็นท่อนๆ ไม่โค้งงอและดูดซับแรง ทำให้โครงสร้างตึกถล่มลงมาได้
สำหรับการผลิต นำเข้า และจำหน่ายเหล็กไม่ได้มาตรฐาน เป็นเหตุที่อาจทำให้ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเสียหาย ถือเป็นอาชญากรรมที่ปล่อยผ่านไม่ได้ ซึ่งนายเอกนัฏ ได้ให้ความสำคัญ เอาจริงเอาจังในเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ โดยก่อนหน้านี้ได้ดำเนินคดีกับผู้ผลิตและจำหน่าย ที่เป็นบริษัทร่วมจดทะเบียนและบริษัทต่างชาติไปแล้วรวม 7 ราย มีการสั่งปิดโรงงานผลิตเหล็กของทุนข้ามชาติรายใหญ่ เพราะไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย และยังตรวจเจอสินค้าเหล็กเส้นข้ออ้อย SD 40 และSD 50 ที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตาม มอก.24-2559 ที่ทดสอบโดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยด้วย จึงได้มีการลงโทษตามกฎหมาย ตัดต้นตอความสุ่มเสี่ยงการอุบัติเหตุและเป็นอันตรายต่อประชาชน
นายเอกนัฏ รมว.อุตสาหกรรม ยังได้ระบุถึง กรณีการก่อสร้างอาคารที่ถล่ม ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เป็นเรื่องที่ตนให้ความสำคัญกับทุกประเด็นที่อาจเป็นสาเหตุ ทั้งเรื่องการออกแบบวิศวกรรมการก่อสร้าง หรือการใช้เหล็กด้อยคุณภาพ ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงที่กระทรวงอุตสาหกรรมไม่อาจปล่อยผ่านได้ ที่ผ่านมาชุดสุดซอย ตรวจค้น ปิด และดำเนินคดีกับผู้ผลิตและจำหน่ายไปแล้ว 7 ราย มูลค่าของกลางประเมินอยู่ที่ 361 ล้านบาท มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจปีละเป็นพันล้าน ไม่นับอันตรายที่เกิดขึ้นจากความสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
ส่วนตึก สตง.ที่ถล่ม จะส่งทีมสุดซอยพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บหลักฐาน หากพบว่ามีการใช้เหล็กหรือวัตถุก่อสร้างด้อยคุณภาพ จะจัดการให้ถึงที่สุดเช่นที่ผ่านมาแน่นอน - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน
TAGS:
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
