“พ่อใหญ่บาส สมรักษ์” รอดนอนคุก! ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราว คดีพยายามขืนใจสาว 17
“พ่อใหญ่บาส สมรักษ์” รอดนอนคุก! ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราว คดีพยายามขืนใจสาว 17

“พ่อใหญ่บาส สมรักษ์” รอดนอนคุก! ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราว ได้ประกันตัว 3 แสน คดีพยายามขืนใจสาว 17
(23 ม.ค.68) ที่ ศาลจ.ขอนแก่น นายสมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักชกมวยเหรียญทองโอลิมปิก พร้อมด้วยนายพิเชษฐ์ น้องคนสนิทของสมรักษ์ ที่เป็นคนขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์มารับ สมรักษ์ และ น.ส.เอ อายุ 17 ปี จากสถานบันเทิงพาไปส่งที่โรงแรมในเมืองขอนแก่น กระทั่งกลายเป็นคดีความกัน เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2567 ที่ผ่านมา เดินทางมารับฟังคำพิพากษาของศาลชั้นต้นตามหมายนัดของศาล โดยศาลไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพทำข่าวภายในบริเวณศาลแต่อย่างใด และไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปร่วมรับฟังคำพิพากษาภายในห้องพิจารณาคดีของศาลโดยเด็ดขาด
ซึ่งจากการเฝ้าสังเกตการณ์ของผู้สื่อข่าวตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่า สมรักษ์และเป๊กโก้ เดินทางมาถึงศาลพร้อมกันในเวลา 09.00 น. ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส รับคำทักทายสื่อมวลชนก่อนเดินเข้าไปในศาลเพื่อรับฟังคำพิพากษาในห้องพิจารณาคดี โดยที่เป๊กโก้เดินขึ้นศาลไปก่อน ส่วนสมรักษ์เดินขึ้นศาลพร้อมกับพี่ชายของสมรักษ์
โดยผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับสมรักษ์ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ในทางคดีไม่ได้มีความเครียด เมื่อวานเข้านอนตั้งแต่สามทุ่ม หลังจากไปออกกำลังกายที่บึงแก่นนครในช่วงเย็นตามปกติ และเดินทางมาที่ศาลตามนัด
โดย 4 ข้อหาของสมรักษ์ ประกอบด้วย ข้อหา ร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปีไปเสียจากบิดามารดา หรือผู้ปกครองตาม ป.อาญามาตรา 318 ข้อหา ร่วมกันพาบุคคลอายุเกิน 15 ปีแต่ยังไม่เกิน 18 ปีไปเพื่อการอนาจารตามป. อาญา มาตรา 283 ข้อหา กระทำอนาจารแก่คนอายุเกิน 15 ปีโดยใช้กำลังประทุษร้ายตาม ป.อาญามาตรา 278 และข้อหาพยายามข่มขืนผู้อื่นใช้กำลังประทุษร้ายตาม ตามป.อาญามาตรา 76 และมาตรา 80
ส่วนนายพิเชษฐ์ คนสนิทที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่พานายสมรักษ์ กับ น.ส.เอ อายุ 17 ปี จากสถานบริการไปที่โรงแรม ถูกสั่งฟ้องรวม 2 ข้อหาคือ ข้อหา ร่วมกันพรากผู้เยาว์ และข้อหาร่วมกันพาบุคคลอื่นไปทำอนาจาร
ล่าสุดมีรายงานว่าศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า ผู้เสียหายเบิกความตามข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะเบิกความเชื่อมโยงกัน หากไม่ประสบเหตุจริง ที่เป็นเรื่องน่าอับอาย เชื่อว่าไม่มีจริตเสแสร้ง เอาความเท็จมาแจ้ง ซึ่งอาจถูกดำเนินการเอาผิดในภายหลัง สอดคล้องผลการชันสูตรบาดแผล ร่องรอยความรุนแรงที่พบตามร่างกาย ที่ผู้เสียหายให้การว่า จำเลยที่ 1 พยายามข่มขืนโดยใช้กำลังประทุษร้าย แต่ไม่บรรลุผล เพราะดิ้นขัดขืน
ข้อต่อสู้จำเลยว่า ผู้เสียหายยินยอม ขัดกับคำเบิกความพยานแวดล้อม รวมทั้งบาดแผลย่อมไม่เกิดขึ้น หากผู้เสียหายยินยอม การที่ผู้เสียหายเดินตามไป ไม่ได้หมายความว่า จะยินยอมมีเพศสัมพันธ์ และไม่ได้มีการพูดถึงการค้าประเวณี การนำสืบยังไม่พบว่า มีการเรียกรับผลประโยชน์แต่อย่างใด จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง และหักล้างพยานโจทก์ได้
ศาลจึงพิพากษาจำคุกรวม 4 ปี 8 เดือน จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 2 ปี 13 เดือน 10 วัน และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ญาติ 50,000 บาท และผู้เสียหาย 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ตั้งแต่กระทำละเมิด ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง
โดยหลังทราบคำพิพากษา นายสมรักษ์ ยังคงยิ้มได้ บอกเพียงสั้นๆว่า ต้องสู้ต่อ เช่นเดียวกับนายอิทธิศักดิ์ อัฒกรณ์วิกรม ทนายความ ที่ระบุว่า ยังมีข้อเท็จจริงอีกมากที่ต้องวินิจฉัยเพิ่มเติม
โดยภายหลังศาลพิพากษาทางด้านของสมรักษ์ คำสิงห์ ได้ยื่นอุทธรณ์และยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว 400,000 บาท
ล่าสุดมีรายงานว่า ทนายความของสมรักษ์ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี ศาลจังหวัดขอนแก่นพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้นายสมรักษ์ จำเลยที่1ประกันตัวไปโดยตีราคาประกัน 300,000 บาท