1 / 4

แสดงเพิ่มเติม
arrow
รัฐบาล-วุฒิสภา โหวตเลื่อนลงมติร่างแก้ รธน. ฝ่ายค้านชี้เป็นแผนให้ตกทุกญัตติ เสนอไม่ได้อีก 9 เดือน หลังอภิปรายต่อเนื่อง 2 วันเต็ม ญัตติเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง 6 ฉบับกลับถูกแขวนไว้ยังไม่ลงมติ หลัง ไพบูลย์ นิติตะวัน เสนอตั้ง กมธ.มาศึกษาอีก 1 เดือน อ้างต้องให้เวลาวุฒิสภาดูให้ละเอียด ด้านฝ่ายค้านแฉ ตั้งใจลากไปคว่ำในสมัยประชุมหน้า ซึ่งจะทำให้ร่างของไอลอว์ ที่รอเข้าคิวตกไปด้วยเพราะเนื้อหาหลักเหมือนกัน และฝ่ายค้านจะเสนอร่างใหม่ไม่ได้ไปอีก 9 เดือน วันที่ 24 ก.ย. 2563 เวลา 18.20 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ญัตติ ในช่วงที่ตัวแทน ส.ส.รัฐบาลลุกขึ้นมาอภิปรายสรุป นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประธานวิปรัฐบาลได้เสนอให้มีการเลื่อนลงมติไปก่อน 1 เดือน เพื่อให้ทั้ง 3 ฝ่ายมีเวลาพูดคุยทำความเข้าใจกัน ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า สมาชิกจำนวนมาก โดยเฉพาะสมาชิกวุฒิสภาระบุว่า เพิ่งได้เห็นร่างแก้ไขทั้ง 6 ฉบับยังไม่ค่อยเข้าใจเพียงพอที่จะใช้ดุลพินิจออกเสียงลงมติรับหลักการหรือไม่รับหลักการ ตนจึงขอเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการก่อนรับหลักการมา 1 คณะ ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 121 วรรค 3 เพื่อให้ กมธ.ทั้ง 3 ฝ่ายศึกษาร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับให้มีข้อมูลครบถ้วนร่วมกันเป็นครั้งแรก ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการเลื่อนออกไป เพราะเกรงว่าไม่ใช่ทางที่จะประสบความสำเร็จ แต่จะทำให้ล้มเหลวและแก้ไม่ได้ การอ้างว่าไม่เคยคุยกันเลย ที่จริงแล้ว มีการคุยกันในการประชุมวิป 3 ฝ่ายแล้ว คุยกันทุกเรื่องเพื่อทำให้การประชุมราบรื่นเรียบร้อย วันนั้นไม่มีใครนำเรื่องตั้ง กมธ. ก่อนลงมติมาพูดถึงเลย และดูเหมือนจะทำการบ้านกันมาดีในการอภิปรายอยู่แล้ว นี่คือขั้นรับหลักการ ไม่ใช่ขั้นศึกษารายละเอียด ในวาระที่ 2 สามารถว่ากันในรายละเอียดได้ รวมทั้งวาระที่ 3 ด้วย ตนเชื่อว่าข้อมูลเพียงพอที่จะตัดสินใจรับหลักการหรือไม่ การอ้างว่าไม่รู้ฟังไม่ขึ้น นายสุทิน กล่าวด้วยว่า ถ้าจะนำไปศึกษา 1 เดือนจะให้หลักประกันกับตนได้หรือไม่ว่าจะรับ เพราะถ้าไม่รับก็ให้ญัตติตกวันนี้เลย หากเลื่อนไปลงมติสมัยหน้าแล้วญัตติตกไป กว่าพวกตนจะเสนอใหม่ได้ต้องรออีก 1 ปี และจะทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อประชาชน หรือไอลอว์ รวบรวมมากว่า 1 แสนรายชื่อ อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อและรอเข้าสภาในสมัยหน้าจะตกไปด้วยเพราะมีเนื้อหาเหมือนกัน ด้านนายวิรัช กล่าวเพิ่มเติมว่า เราเดินต่อไปได้แค่เพียงรอ 1 เดือนเศษ ส่วนหลักประกันคือ ตนก็อยากให้ร่างของรัฐบาลผ่าน ยืนยันว่าไม่ใช่การต้มกัน ที่ผ่านมาคุยกันแค่เผินๆ ถ้ามี กมธ.ก็จะได้คุยรายละเอียดทั้ง 6 ญัตติดูว่าส่วนไหนเหมือนกันส่วนไหนควรแก้ ตนไม่อยากให้หยุดวันนี้ (เพราะญัตติตกไป) อยากให้หยุด 1 เดือนแล้วเดินต่อ ขณะที่นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ขอให้เข้าใจวุฒิสภาว่ามีหน้าที่สำคัญไม่ต่างกับ ส.ส.ในการรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง การพิจารณากฎหมายแต่ละฉบับมีขั้นตอนต่างๆ หลายฉบับไม่ได้รวดเร็ว จึงขออย่าใจร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญ บางญัตติเพิ่งยื่นเมื่อ 16 ก.ย. ท่านจะให้พิจารณารัฐธรรมนูญแค่ 8 วันหรือ เอาม็อบมาล้อมสภาแล้วให้ลงมติ ต่อไปจะให้เป็นแบบนี้หรือ ดังนั้นถ้าจะให้มีการศึกษาญัตติทั้ง 6 รวมกับร่างของไอลอว์ และร่างอื่นๆ ที่จะตามมาอีก ซึ่งถ้าไปในสมัยหน้าตนก็มีที่จะเสนอเช่นกัน นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ตนเชื่อว่า เรื่องนี้มีใบสั่งมาแน่นอนให้มีการตั้ง กมธ.แทนที่จะลงมติ ขอถามว่า 2 วันที่อดหลับนอนมา เสียค่าไฟ ค่าอาหาร ได้ประโยชน์อะไร วิปฝ่ายค้านเสมือนโดนต้ม ในสภา สถานที่ที่ควรจะหาทางออก หาความร่มเย็นให้กับประเทศชาติได้ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนตั้งตัวไม่ติดกับเรื่องนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้พยายามอภิปรายเต็มที่มาตลอด อยากจะให้รัฐธรรมนูญได้รับการแก้ไข ไม่มีความจำเป็นต้องไปตั้ง กมธ.ก่อนลงมติรับหลักการอีก หลังจากนั้นได้มีการเสนอพักการประชุมเพื่อให้ทุกฝ่ายไปหารือร่วมกัน ต่อมา เวลา 20.00 น. หลังจากมีการพักการประชุมไปเกือบ 30 นาที นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า มีการหารือกันแล้วมีความเห็นให้ตั้ง กมธ.ศึกษาก่อนรับหลักการตามที่นายไพบูลย์ เสนอ ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า หากมีการเลื่อนออกไป ไปลงมติในสมัยประชุมหน้าแล้วญัตติตกไป จะส่งผลกระทบกับร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนด้วย แล้วถ้าจะต้องเสนอญัตติใหม่ก็ต้องรอไปอีก 1 สมัยประชุม คือ ต้องรอหลังวันที่ 22 พ.ค.พรรคก้าวไกลจึงร่วมสังฆกรรมกับการประวิงเวลาไปอีก 8-9 เดือนไม่ได้ ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนรับมอบหมายจากหัวหน้าและเลขาธิการพรรค มาชี้แจงเจตนาว่าพรรคต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประโยชน์กับประชาชน แต่เมื่อได้ฟังความรอบด้าน โดยเฉพาะจากการที่ ส.ว.อภิปราย พบว่ามีอีกหลายประเด็นที่เรายังไม่ได้พิจารณา เพราะฉะนั้นพรรคภูมิใจไทย พร้อมทำหน้าที่แทนประชาชนที่เคยเลือกเรามาแต่ยินดีหากต้องใช้เวลาทบทวนระหว่าง 2 สภาในการร่วมกันศึกษาการแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ ส่วน นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ประชาชนทราบวาระซ่อนเร้นในการเลื่อนการลงมติออกไป ท่านกำลังเล่นเกมที่อันตรายมาก ทำให้สภาถึงทางตัน การเมืองนอกสภาจะมีภาวะวิกฤติรุนแรงเกินที่จะคาดเดาตามไปด้วย จากนั้นมีผู้พยายามอภิปรายอีกหลายคน นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้ตัดบทให้มีการลงมติว่าจะตั้ง กมธ.ก่อนรับหลักการ ตามที่นายไพบูลย์เสนอหรือไม่ ผลการลงมติ เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการให้ตั้ง กมธ. ซึ่งเท่ากับยืดเวลาการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติออกไป โดยผลออกมา เห็นด้วย 432 เสียง ไม่เห็นด้วย 255 เสียง งดออกเสียง 28 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ส่วนขั้นตอนการตั้งกรรมาธิการ พรรคฝ่ายค้านประกาศไม่ขอเข้าร่วมใน กมธ.ที่ตั้งขึ้น
24 ก.ย. 2563
แสดงเพิ่มเติม
arrow
แสดงเพิ่มเติม
arrow
แสดงเพิ่มเติม
arrow

แสดงเพิ่มเติม
arrow
แสดงเพิ่มเติม
arrow

เช็คสถานการณ์ ข่าว องค์ความรู้ COVID-19

เช็คผลเรียลไทม์ ผลเลือกตั้ง ส.ส.ทัั่วประเทศ 500 ที่นั่ง

ฟรีคิกธวัชชัย วินาทีสะกดคนไทยทั้งประเทศ เอเชียนเกมส์ 2541

ไทม์ไลน์นิตยสารไทย