สาวร้อง บ.ประกันไม่ให้ต่อกรมธรรม์ อ้างป่วยบ่อยเสี่ยงสู

สาวร้อง บ.ประกันไม่ให้ต่อกรมธรรม์ อ้างป่วยบ่อยเสี่ยงสู

38802 ก.ย. 67 15:13   |     ข่าวเวิร์คพอยท์

สาวร้องซื้อประกันวงเงิน 10 ล้านบาท อยู่ดีๆ ถูกบริษัทยกเลิกไม่ให้ต่อกรมธรรม์ อ้างที่ผ่านมาป่วยบ่อย มีความเสี่ยงสูง

(2 ก.ย. 67) น.ส.เจ(นามสมมุติ) ชาว จ.สกลนคร อายุ 40 ปี เข้าพบผู้สื่อข่าวแจ้งว่าถูกบริษัทประกันแห่งหนึ่งแจ้งยกเลิก อ้างว่าผู้เอาประกันมีความเสี่ยงสูงตนคิดว่าถูกเอาเปรียบ ไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้มาร้องเรียนเพื่อให้สังคมรับทราบ


โดย น.ส.เจ เล่าว่าเมื่อปี 2563 ตนได้ทำประกันชีวิตกับบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งได้ตรวจสอบแล้วมีความน่าเชื่อถือ ประเภทประกันสุขภาพ ก่อนทำแถลงประวัติการรักษาทั้งหมด และยื่นสเตทเม้นท์ 6 เดือน ถึง 1 ปี ทั้งครอบครัวมี 5 คน พ่อแม่ ลูก 3 คน ก่อนนี้ไม่ได้สนใจจะซื้อประกัน แต่ไปโรงพยาบาลเอกชนบ่อย จนรู้จักพยาบาล พยาบาลแนะนำประกัน เลยซื้อช่วยไม่คิดว่าการมีประกันสุขภาพจะใช้ได้จริง หลายเดือนต่อมาลูกไม่สบาย ไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชน ค่ารักษาทั้งหมด 6 หมื่น ประกันอนุมัติจ่ายเพิ่มเองไม่กี่พัน  หลังจากนั้นจึงเห็นคุณค่าของการมีประกัน ต่อมาจึงซื้อประกันให้ทั้งบ้าน หลายบริษัท แต่ละคนทำไม่เหมือนกัน 


วันที่ 8 มิถุนายน 2563 ตอนนั้นร่างกายแข็งแรงดี จึงมั่นใจ เลือกที่จะทำประกันสุขภาพเหมาจ่าย 10 ล้านกับบริษัทประกัยแห่งหนึ่ง พอปี 2564 ได้คลอดลูกคนที่ 3  ทำให้ภูมิของร่างกายตก บวกกับให้นมบุตรมาตลอด พอปี 2565 ติดโควิดทั้งบ้าน ไปแอดมิดที่โรงพยาบาล ค่ารักษาทั้งหมด 5 คนรวมกัน 8 แสนบาท  บริษัทประกันก็จ่ายให้  (แต่ละคน ใช้บริษัทประกันไม่เหมือนกัน)



ปี 2566 เหตุที่พึ่งคลอดลูก และให้นมบุตรจึงทำให้มีฮอร์โมนแปรปรวน เป็นรอบเดือนนานถึง 8 เดือน  พอหายจากโควิด ก็เป็นลองโควิด ทำให้ทั้งบ้านป่วยบ่อย บวกกับโรงเรียนเปิดเรียนปกติหลังโควิด  บุตรคนที่ 1 ไปโรงเรียน กลับมาติดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์หนึ่งมา คนเป็นแม่และคนในบ้านก็ติดด้วย ทั้งที่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีแล้วและเด็กทุกคนในบ้านฉีดวัคซีนหลักและวัคซีนเสริมทุกตัว พอหายได้ไปกี่เดือน ลูกคนที่ 2 ไปโรงเรียนก็ติดไข้หวัดคนละสายพันธุ์แล้วก็ยังมาติดทั้งบ้าน จึงทำให้เข้าออกโรงพยาบาลบ่อยมากและเข้าแต่ละครั้งจะแอดมิต 2 - 3 คน 


ปี 2567 เนื่องจากเป็นหวัดบ่อยทำให้เป็นไซนัส จึงจะทำการผ่าตัดไซนัสและจมูกคดแต่พอเลิกให้นมบุตร คุณหมอเปลี่ยนยาที่แรงขึ้น จึงเปลี่ยนวิธีเป็นการจี้จมูกลดบวมแทน  ขณะรอห้องพักฟื้น ร่างกายเกิดชาครึ่งซีก อ่อนแรง มีอาการเหมือนคนสโตรก โชคดีที่อยู่โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำถึงได้เข้ารับการรักษาได้ทันที สุดท้ายได้แอดมิท ประกันก็จ่ายค่ารักษาให้ทั้งหมด 180,000 บาท  จึงภูมิใจมากที่คิดถูก เลือกถูกบริษัทที่มั่นคงทางการเงินและการทำงานอย่างมีความเที่ยงตรง  บอกญาติพี่น้องให้ซื้อตามหลายคน


แต่แล้วเมื่อเดือน มิ.ย. 2567 ครบอายุกรมธรรม์ บริษัทได้แจ้งไม่ให้ต่ออายุกรมธรรม์ ทั้งที่ได้โอนเงินค่าเบี้ยประจำปีไปแล้ว 46,000 บาท แต่แล้วบริษัทก็โอนคืน  แล้วอ้างสาเหตุว่า 1.ลูกค้ามีความเสี่ยงภัยสูง เคลมเยอะ หากลูกค้าคนไหน นอนโรงพยาบาลมากกว่า 3 ครั้งต่อปี บริษัทนับว่ามีความเสี่ยงภัยสูง บริษัทประกันไม่สามารถรับความเสี่ยงภัยนี้ได้  2.ในวัย 35-40 ปี ไม่ควรป่วยกว่าคนทั่วไปในวัยเดียวกัน  3.มีครั้งหนึ่งไปนอน รพ. ด้วยอาการปวดหัว บริษัทมองว่าไม่มีความจำเป็น  แต่ความเป็นจริงคือ ปวดหัวรุนแรง ตาลืมไม่ขึ้น ปากพูดไม่ได้ และบริษัทก็อนุมัติแฟกซ์เคลมค่ารักษาตั้งแต่วันนั้นแล้ว สุดท้ายบริษัทบอกว่า บริษัทสามารถยกเลิกได้ ต่อให้เราก่อนทำแถลงประวัติทั้งหมด ไม่เคยปกปิด และมีความจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล เพราะมีคำว่า  “แต่ ขึ้นกับการพิจารณาของบริษัท”



คุณเจบอกด้วยว่า ทำไมในเมื่อเราบริสุทธิ์ใจก่อนทำ  เลือกบริษัทประกันชีวิตแล้วด้วย  ก่อนทำแข็งแรงดี  พอเราป่วยเยอะแล้วจึงมายกเลิก อ้างว่ามีความเสี่ยงสูง  ทั้งๆบริษัทบอกขายความเสี่ยงในอนาคต ให้เอาความเสี่ยงมาให้บริษัท  ปีที่แล้วทั้งบ้านป่วยเยอะ เคลมคนละหลายแสน  บริษัทที่ลูกๆ ทำเป็นบริษัทประกันภัย ปีนี้ก็สามารถต่ออายุกรมธรรม์ได้ปกติ เว้นตัวเอง ที่ใช้อีกบริษัทที่เป็นประกันชีวิตวงเงิน 10 ล้าน แต่กลับถูกยกเลิก สามีตนก็ทำหลายบริษัท ไม่ได้แอดมิท 2 ปี มาต้นปีนี้ป่วย นอน รพ.ไป 2 คืน ตอนกลับส่งแฟกซ์เคลมบริษัทประกันแรกเหมาจ่าย 10 ล้าน ผลคือบริษัทแจ้งว่า ไม่พบข้อบ่งชี้จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล บริษัทไม่จ่าย โชคดีที่เธอซื้ออีกบริษัทที่เป็นบริษัทประกันภัยให้สามีที่เหมาจ่ายแค่ 700,000 บาท จึงให้ รพ.แฟกซ์เคลมบริษัทที่ 2 ในวันเดียวกัน  ผลคือบริษัทประกันที่ 2 ชำระให้ครบทุกบาท ไม่ต้องสำรองจ่ายเลย    


วันนี้ จึงออกมาร้องสื่อ อยากให้ประชาชนชาวไทยหลายคน ที่เห็นคุณค่าของประกัน กลับไปดูกรมธรรม์ที่ถือมาหลายปีก่อนวันที่ 8 พ.ย. 2564 ว่าบริษัทสามารถยกเลิกได้ หากเราถือมา 3 ปี 5 ปี หรือมากกว่า 10 ปี ถ้าปีที่ 11 เราป่วยเยอะ เคลมเยอะ บริษัทสามารถยกเลิกได้ แล้วคนที่ป่วยมาเยอะแล้ว จะไปทำต่อที่ไหนก็ยาก เหมือนติดเครดิตบูโรของการซื้อประกันสุขภาพ รวมถึงโรคร้ายแรงได้อีกด้วย


อยากให้มีหน่วยงาน มาช่วยคนกลุ่มนี้ กลุ่มที่ทำประกันสุขภาพมาก่อน 2 ปีที่ผ่านมานี้ด้วย ไม่ใช่แค่พึ่งจะคุ้มครองคนที่ทำหลังจาก คปภ.คุ้มครอง เพราะประชาชนขาวไทยหลายคนไม่ทราบว่าประกันสามารถยกเลิกได้ ถ้าคนไหนยังแข็งแรงดี แนะนำรีบไปเปลี่ยนเป็นแผนใหม่ ร่างกายที่ป่วยอยู่แล้ว กลับมาโดนประกันที่มั่นคงยกเลิก สุขภาพจิตใจก็ย่ำแย่ตาม  ไม่อยากให้ใครต้องเจอแบบตนเอง ยืนยันตนป่วยจริงมีประวัติการรักษาทุกอย่างจากสถานพยาบาล ไม่ได้ป่วยทิพย์หวังเงินประกัน ส่วนการฟ้องร้องตนเองอยู่ระหว่างปรึกษาทนายเพื่อดำเนินการ น.ส.เจ กล่าว



TAGS:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง